ลดขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษรปกติ
เพิ่มขนาดตัวอักษร

ปฏิทินกิจกรรม

AJAX Calendar demo by g-O-r-a-g-o-d.com
กำลังโหลด...

แบบสำรวจความคิดเห็น

คุณมีความพึงพอใจเว็บไซด์ของสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่เพียงใด ?
มาก
ปานกลาง
ควรปรับปรุง

แผนปฏิบัติราชการ -> ตัวชี้วัดกรมควบคุมโรค

ตัวชี้วัดกรม 2552

1) ชื่อตัวชี้วัด ร้อยละของจังหวัดที่สามารถดำเนินการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดนก/ไข้หวัดใหญ่ได้ตามมาตรฐาน
2) หน่วยวัด ร้อยล
3) น้ำหนัก
4) คำอธิบาย
จังหวัด หมายถึง จังหวัดเป้าหมาย จำนวน 35 จังหวัด ดังนี้

    1. จังหวัดพื้นที่เสี่ยงที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ เป็นจังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดนก หรือพบเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีก จำนวน 29 จังหวัด ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต ดังนี้
      สคร.1 รับผิดชอบ จังหวัดนนทบุรี / ปทุมธานี / พระนครศรีอยุธยา
      สคร.2 รับผิดชอบ จังหวัดลพบุรี / สิงห์บุรี / ชัยนาท / อ่างทอง
      สคร.3 รับผิดชอบ จังหวัดฉะเชิงเทรา / ปราจีนบุรี / สมุทรปราการ / นครนายก
      สคร.4 รับผิดชอบ จังหวัดนครปฐม / กาญจนบุรี / สุพรรณบุรี
      สคร.5 รับผิดชอบ จังหวัดนครราชสีมา / ชัยภูมิ
      สคร.6 รับผิดชอบ จังหวัดขอนแก่น / หนองคาย / หนองบัวลำภู
      สคร.7 รับผิดชอบ จังหวัดนครพนม / มุกดาหาร
      สคร.8 รับผิดชอบ จังหวัดนครสวรรค์ / กำแพงเพชร / อุทัยธานี / พิจิตร
      สคร.9 รับผิดชอบ จังหวัดพิษณุโลก / สุโขทัย / เพชรบูรณ์ / อุตรดิตถ์
    2. จังหวัดไม่มีรายงานไข้หวัดนก เป็นจังหวัดจากการสุ่มประเมินผลอย่างน้อย 2 จังหวัด ในพื้นที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขตที่ 10 , 11 และ 12 รวมเป็น 6 จังหวัด
เกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

กำหนดเกณฑ์วัดผลการดำเนินงานของจังหวัดในการ ควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดนก/ไข้หวัดใหญ่ ดังนี้

  1. มีการรายงานโรคตามระบบ zero report
  2. มีการสอบสวนโรคในผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดนกตามนิยาม
  3. มีการเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อไข้หวัดนกในผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดนก
  4. มีการจัดห้องแยกสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดนก
  5. มีเวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ป้องกัน สำรองพอเพียงตามเกณฑ์ที่กระทรวงฯ กำหนด
  6. มีการซ้อมแผนเตรียมพร้อมรับการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่อย่างน้อย 1 ครั้งในรอบ 2 ปี (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 1)

5) สูตรการคำนวณ :

จำนวนจังหวัดที่ดำเนินการควบคุมป้องกันโรคฯ ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

X 100


                                                                จำนวนจังหวัดเป้าหมาย (35)


6) เป้าหมายความสำเร็จ


ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ
หน่วยวัด
เป้าหมาย พ.ศ.2552
ร้อยละของจังหวัดที่สามารถดำเนินการควบคุมป้องกัน โรคไข้หวัดนก/ไข้หวัดใหญ่ได้ตามมาตรฐาน
ร้อยละ
100

7) เกณฑ์การให้คะแนน



ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ
หน่วยวัด
เป้าหมาย (พ.ศ.)
1
2
4
5
ร้อยละของจังหวัดที่สามารถดำเนินการควบคุมป้องกัน โรคไข้หวัดนก/ไข้หวัดใหญ่ได้ตามมาตรฐาน
ร้อยละ
60
70
80
90
100

8) รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน


ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด
หน่วยวัด
ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.
2549
2550
2551
จำนวนจังหวัดที่สามารถดำเนินการควบคุมป้องกัน โรคไข้หวัดนก/ไข้หวัดใหญ่ได้ตามมาตรฐาน
จำนวน
-
18
28

9) แหล่งข้อมูล/ วิธีการจัดเก็บข้อมูล

  1. สำนักงานป้องกันควบคุมโรค ประเมินผลการดำเนินงานของจังหวัดในเขตรับผิดชอบ พร้อมทั้งเก็บหลักฐานประกอบการรายงานและกรอกแบบสรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้ วัด (ตามเอกสารแนบ 2)
  2. สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ ติดตามประเมินผล และ สรุปผลการดำเนินงานระดับกรม จากแบบสรุปผลการดำเนินตามตัวชี้วัด และสรุปการซ้อมแผนของจังหวัด

10) ความถี่ในการจัดเก็บข้อมูล ปีละ 1 ครั้ง


11) ผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด

     ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ เบอร์ติดต่อ 0 2 590 3275

12) ผู้จัดเก็บข้อมูล


     นางวีณา ภักดีสิริวิชัย เบอร์ติดต่อ 0 2590 3159
     นางสาวจิตรา ธีรางกูร เบอร์ติดต่อ 0 2590 3246
     นางสาวลักขณา รักษ์พันธ์ เบอร์ติดต่อ 0 2590 3246
     นางสาวอัจฉรา ทุเครือ เบอร์ติดต่อ 0 2590 3238

เอกสารแนบ 1
เกณฑ์ประเมินมาตรฐานการดำเนินการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดนก/ไข้หวัดใหญ่ของจังหวัด
เกณฑ์ประเมินมาตรฐาน
คะแนน
2
(มีครบถ้วน)
1
(มีบางส่วน)
0
(ไม่มี)
1. มีการรายงานโรคตามระบบ zero report      
2. มีการสอบสวนโรคในผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดนกตามนิยาม      
3. มีการเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อไข้หวัดนกในผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดนก      
4. มีการจัดห้องแยกสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดนก      
5. มีเวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ป้องกัน สำรองเพียงพอตามเกณฑ์ที่กระทรวงฯ กำหนด      
6. มีการซ้อมแผนเตรียมพร้อมรับการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่      

เกณฑ์การตัดสิน

จังหวัดที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ต้องมีคะแนนรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของเกณฑ์ประเมินมาตรฐาน



คำอธิบายการให้คะแนนตามเกณฑ์ประเมินมาตรฐานการดำเนินการควบคุมป้องกัน โรคไข้หวัดนก/ไข้หวัดใหญ่ของจังหวัด
เกณฑ์ประเมินมาตรฐาน
คะแนน
เงื่อนไข
1. มีการรายงานโรคตามระบบ zero report
0
1
2
- ไม่มีรายงาน Zero report หรือมีน้อยกว่า 16 สัปดาห์
- มีรายงาน Zero report 17 – 32 สัปดาห์
- มีรายงาน Zero report > 32 สัปดาห์
2. มีการสอบสวนโรคในผู้ป่วยสงสัย โรคไข้หวัดนกตามนิยาม
0
1
2
- ไม่มีรายงานสอบสวนโรค (AI2)
- มีรายงานสอบสวนโรคไม่ครบทุกราย (AI2)
- มีรายงานสอบสวนโรคครบทุกราย (AI2)
* รายงานสอบสวนโรคหรือ AI2 ควรเป็นรายงานที่กรอกรายละเอียด ของการสอบสวนไว้ครบถ้วน
** ในกรณี ที่จังหวัดไม่มีผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดนก ไม่ต้องประเมินในเกณฑ์นี้
3. มีการเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อไข้หวัดนก ในผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดนก
0
1
2
- ไม่มีการเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อ
- มีการเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อไม่ครบทุกราย
- มีการเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อครบทุกราย
* การเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อหมายถึง การเก็บตัวอย่างจากร่างกายผู้สงสัยป่วยเป็นโรคไข้หวัดนก ส่งตรวจยืนยันที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
** ในกรณีที่จังหวัดไม่มีผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดนก ไม่ต้องประเมินในเกณฑ์นี้
4. มีการจัดห้องแยก สำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดนก
0
1
2
- ไม่มีการจัดห้องแยกสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยสงสัยในโรงพยาบาล
- มีการจัดห้องแยกสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยสงสัยไม่ครบทุกโรงพยาบาล
- มีการจัดห้องแยกสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยสงสัยครบทุกโรงพยาบาล
(ห้องแยก หมายถึง ห้อง AIIR หรือห้องแยกแบบประยุกต์)
5. มีเวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ป้องกัน สำรองเพียงพอตามเกณฑ์ที่กระทรวงฯ กำหนด
0
1
2
- ไม่มีเวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ป้องกัน (ระดับ สสจ.) ใน 6 รายการ
- มีเวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ป้องกัน (ระดับ สสจ.) สำรองเพียงพอตามเกณฑ์ไม่ครบ 6 รายการ
- มีเวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ป้องกัน (ระดับ สสจ.) สำรองเพียงพอตามเกณฑ์ครบ 6 รายการ
6. มีการซ้อมแผนเตรียมพร้อมรับการระบาดใหญ่ ของโรคไข้หวัดใหญ่
0
1
2
- ไม่มีการซ้อมแผนฯ
- มีการซ้อมแผนฯ ไม่ครบ 4 รายการย่อย
- มีการซ้อมแผนฯ ครบ 4 รายการย่อย
(1) ซ้อมแผนเตรียมพร้อมรับการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ หรือซ้อมผสมผสานกับแผนอุบัติภัยหรือภาวะฉุกเฉิน หรือโรคติดต่ออุบัติใหม่อื่นๆ
(2) ซ้อมระดับจังหวัดหรือระดับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
(3) ซ้อมชนิดบนโต๊ะ (Table top exercise) หรือฝึกปฏิบัติจริง (drill)
(4) ซ้อมสถานการณ์สมมติไม่น้อยกว่าระยะการระบาดระดับ 4

นิยามการจำแนกประเภทผู้ป่วยไข้หวัดนกในประเทศไทย
สำนักระบาดวิทยา
1 มิถุนายน 2549
1. ผู้ป่วยที่สงสัย (Suspect) ได้แก่ ผู้ที่
  • มีอาการหรืออาการแสดงต่อไปนี้: ไข้ (อุณหภูมิกายมากกว่า 38 องศา) ร่วมกับ อาการอย่างใดอย่างหนึ่งได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อ, ไอ, หายใจผิดปกติ (หอบ, ลำบาก) หรือ แพทย์สงสัยว่าเป็นปอดบวม หรือไข้หวัดใหญ่ และ
  • มีประวัติการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ปีกที่ป่วย/ตาย ในระยะ 7 วัน ก่อนเริ่มป่วย หรือมีการตายของสัตว์ปีกอย่างผิดปกติในหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ในรอบ 14 วันก่อนเริ่มป่วย หรือดูแลใกล้ชิดผู้ป่วยปอดอักเสบรายอื่นในช่วง 10 วันก่อนเริ่มป่วย และ
  • ไม่มีตัวอย่างสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อการตรวจยืนยันหาเชื้อไข้หวัดนก
2. ผู้ป่วยที่น่าจะเป็น (Probable case)

ได้แก่ ผู้ป่วยที่สงสัย (Suspect) ตามนิยามข้างต้น

และ
  • มีอาการระบบหายใจล้มเหลว หรือ เสียชีวิต
3. ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case)

ได้แก่ ผู้ป่วยที่สงสัย (Suspect) ตามนิยามข้างต้น

แต่
    • มีผลการตรวจสุดท้ายตามมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อไข้หวัดใหญ่กลุ่ม A (H5) ซึ่งเป็น
      สายพันธุ์ของสัตว์ปีก โดยวิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
      • ก. วิธี RT-PCR ในสิ่งส่งตรวจตัวอย่างเดียวแต่ต้องใช้ primer หรือ probe จำนวน 2 ชุด หรือ ตรวจจาก
        สิ่งส่งตรวจอย่างน้อย 2 ตัวอย่างที่เก็บจากผู้ป่วยที่ตำแหน่งแตกต่างกัน (เช่น throat swab กับ
        nasopharyngeal aspirate เป็นต้น) หรือ ตรวจจากสิ่งส่งตรวจอย่างน้อย 2 ตัวอย่างที่เก็บจาก
        ผู้ป่วยในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน หรือ
      • ข. เพาะเชื้อไวรัสได้ หรือ
      • ค. วิธี Neutralization test โดยพบระดับภูมิคุ้มกันจากเลือดในระยะพักฟื้นสูงขึ้น 4 เท่าจากระดับ
        ในระยะเฉียบพลัน
      4. ผู้ป่วยอยู่ระหว่างสอบสวน (Case under investigation) ได้แก่ผู้ป่วยที่
      • ยังต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมทั้งทางคลินิก และ/หรือประวัติการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ และ/หรือ
        ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ก่อนที่จะสามารถสรุปจำแนกประเภทผู้ป่วยได้ชัดเจน
      5. ผู้ป่วยตัดออกจากการสงสัย (Excluded case) ได้แก่ ผู้ป่วยที่
      • จากการสอบสวนโรคพบว่าไม่เข้านิยามผู้ป่วยประเภทต่าง ๆ ข้างต้น
      เกณฑ์ขั้นต่ำของคลังเวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็น เพื่อรองรับโรคไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ และโรคติดต่ออุบัติใหม่
      รายการ
      สคร.
      สสจ.
      รพศ./รพท./รพ.
      ในสังกัดกรมการแพทย์,
      กรมควบคุมโรค
      รพช.
      หน่วยสนับสนุนระดับเขต
      /ส่วนกลาง
      1. ยาต้านไวรัส
      500 เม็ด
      300 เม็ด
      50 เม็ด
      20 เม็ด
      สคร./สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่
      2. หน้ากาก N 95
      1,000 ชิ้น
      500 ชิ้น
      200 ชิ้น
      100 ชิ้น
      สคร./สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่
      3. แว่นครอบตา
      200 ชิ้น
      50 ชิ้น
      30 ชิ้น
      10 ชิ้น
      สคร./สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่
      4. ลวดเก็บตัวอย่าง
      50 อัน
      30 อัน
      20 อัน
      10 อัน
      สคร./สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่
      5. ชุดป้องกัน (สำหรับทีม SRRT)
      100 ตัว
      50 ตัว
      -
      -
      สคร./สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่
      6. เสื้อกาวน์กันน้ำชนิดนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (สำหรับบุคลากรทางการแพทย์)
      10 ตัว
      5 ตัว
      5 ตัว
      3 ตัว
      สคร./สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่

      ห้องผู้ป่วยแยกโรคที่แพร่กระจายเชื้อทางอากาศ (Airborne Infection Isolation Room, AIIR)
      คุณลักษณะที่ต้องการของห้องแยกโรคที่จัดสร้างขึ้นมีดังนี้
      1. เป็นห้องเดี่ยวที่มีประตู 2 ชั้น (มี anteroom) และมีห้องน้ำในตัว
      2. ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่บริเวณโดยรอบ
      3. มีการเจือจางและกำจัดเชื้อที่อยู่ในห้องในรูปของ droplet nuclei เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อบุคคลอื่นที่อยู่ในห้องเดียวกับผู้ป่วย
      4. มีทิศทางการไหลของอากาศภายในห้อง จากบริเวณสะอาดไปยังบริเวณปนเปื้อน (จากบุคลากรสู่ผู้ป่วย)
      5. มีอุณหภูมิและความชื้นที่ให้ความสบายแก่บุคคลในห้องและไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคภายในห้องตามมาตรฐานสากล
      6. สามารถจำกัดการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกนอกห้องได้ โดยมีสิ่งอำนวยความต้องการพื้นฐานและเอื้อต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วย ได้แก่ การมีห้องน้ำในตัว, เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่สามารถเข้ามาในห้องได้, มีโทรศัพท์, nurse call, เครื่องรับโทรทัศน์, ช่องหน้าต่างเพื่อให้ผู้ป่วยมองเห็นภายนอกได้
      7. มีองค์ประกอบของห้องที่สอดคล้องกับความต้องการสำหรับการดูแลผู้ป่วยใน ภาวะวิกฤต ได้แก่ มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอ ติดตั้งเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็น ได้แก่ เครื่องช่วยหายใจ ออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ เครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพ นอกจากนี้ควรมีวิธีการที่จะทำให้ลดการเข้ามาสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง ได้แก่ การต่อสัญญาณเครื่องวัดสัญญาณชีพไปยัง nurse station และการติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อสังเกตอาการผู้ป่วยจาก nurse station ได้
      8. มีองค์ประกอบของห้องที่เอื้อต่อการลด การแพร่กระจายเชื้อทางสัมผัสและฝอยละออง ได้แก่ การมีผิวเรียบ ทำความสะอาดได้ง่าย มีอ่างล้างมือ จำกัดเฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็น มีถังขยะติดเชื้อ

      การออกแบบและการจัดสร้างห้องแยกโรคติดเชื้อทางอากาศ ควรเป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมสถาปนิก สหรัฐอเมริกา (AIA) สมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย ดังนี้

      • ระบบลม ระบบปรับอากาศ และระบบอากาศของห้องแยกแต่ละห้องแยกจากกัน และแยกจาก ระบบพื้นที่อื่นโดยเด็ดขาด
      • ความดันของห้องผู้ป่วย และห้องก่อนห้องผู้ป่วยเป็นลบ เมื่อเทียบกับบริเวณโดยรอบ โดยความดันอากาศของห้องก่อนห้องผู้ป่วย ไม่น้อยกว่า -2.5 ปาสคาล และความดันอากาศของห้องผู้ป่วยไม่น้อยกว่า -5 ปาสคาล โดยมีแผงแสดงความดันของทั้งสองส่วนอยู่หน้าห้องผู้ป่วยมองเห็นได้ชักเจนใน ระดับสายตา
      • จำกัดรูรั่วของห้องโดยก่อผนังห้องจากพื้นจรดพื้นชั้นถัดไป เปลี่ยนฝ้าเพดานเป็นฝ้าฉาบเรียบ มียางขอบประตู เพื่อให้อากาศออกจากห้องตามท่อระบายอากาศทิ้งเท่านั้น
      • มีการเติมอากาศจากภายนอกเข้ามาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง (2 ACH)โดยอากาศที่เติมเข้ามามีการปรับอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 24 – 25 OC ความชื้นสัมพันธ์ < 60% และมีการกรองอากาศที่เติมเข้ามาด้วยแผงกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ 25 % และ 90%
      • อัตราลมหมุนเวียนในห้องไม่น้อยกว่า 12 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง (12 ACH) ซึ่งอัตราลมหมุนเวียนสัมพันธ์กับเวลาที่ใช้ในการกำจัดสิ่งปนเปื้อนในอากาศ
      • อัตราลมระบายทิ้ง 5 เท่าของปริมาตร ห้องต่อชั่วโมง (5 ACH)
      • ทิศทางการไหลของอากาศภายในห้องจากบุคลากรสู่ผู้ป่วย ซึ่งกำหนดโดยตำแหน่งของหัวจ่ายลม ที่อยู่ใกล้ประตูทางเข้าของบุคลากร และแผงรับลมกลับที่บริเวณหัวเตียงของผู้ป่วยในระดับใกล้พื้น โดยขอบล่างของแผงลมกลับสูงจากพื้นประมาณ 10 เซนติเมตร
      • มีการหมุนเวียนอากาศในห้องกลับมาใช้ใหม่ (recirculation) ทั้งนี้ อากาศที่หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ต้องผ่านแผงกรองอากาศประเภทที่ 1 (HEPA filter) ก่อน
      • อากาศที่ปล่อยทิ้งมีการกรองด้วยแผงกรองอากาศประสิทธิภาพ 25 % 90% และ 99.97% (HEPA filter) ก่อนปล่อยออกสู่ภายนอก โดยต่อท่อระบายอากาศทิ้งเหนืออาคาร
      • มีมาโนมิเตอร์ แสดงอายุการใช้งานของแผงกรองอากาศทุกชั้น
      • ห้องก่อนห้องแยก (anteroom) มีการออกแบบจัดสร้าง ให้ระบบปรับอากาศแยกจากระบบของห้องผู้ป่วยมีความดันเป็นลบไม่น้อยกว่า -2.5 ปาสคาล มีการกรองอากาศด้วยแผงกรองอากาศประสิทธิภาพ 10 ACH มีอ่างล้างมือ มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการใส่และถอดเครื่องป้องกันร่างกาย (Personal protective equipments, PPE)

      ห้องแยกโรคผู้ป่วยที่แพร่กระจายเชื้อทางอากาศแบบประยุกต์ (Modified AIIR)
      ใช้หลักการเช่นเดียวกับ AIIR และมีองค์ประกอบดังนี้
      • เป็นห้องเดี่ยวที่มีประตู 2 ชั้น คือ มี anteroom สำหรับถอด PPE ควรมีอ่างล้างมือ มีห้องน้ำในตัว มีบานกระจกใสที่สามารถสังเกตผู้ป่วยจากภายนอกได้หรือมีโทรทัศน์วงจรปิด มีพื้นที่ใช้สอยและองค์ประกอบของห้องที่สอดคล้องกับการดูแลผู้ป่วยในภาวะ วิกฤตได้ เช่น มีออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ นอกจากนี้ควรเป็นห้องที่มีพื้นผิวเรียบทำความสะอาดง่ายและมีเฟอร์นิเจอร์ เท่าที่จำเป็น
      • มีความดันเป็นลบ โดยมีมาตรฐานเดียวกับ AIIR
      • อากาศหมุนเวียนในห้องไม่น้อยกว่า 12 ACH เช่นเดียวกับ AIIR
      • มีทิศทางการไหลของอากาศในห้องจากบุคลากรสู่ผู้ป่วย หน้ากากดูดลมกลับอยู่ที่หัวเตียงผู้ป่วย เช่นเดียวกับ AIIR อากาศที่ถูกดูดออกจากห้องผ่านแผงกรองอากาศตามมาตรฐานเดียวกับ AIIR ก่อนปล่อยสู่ภายนอก
      ห้องแยกแบบ Modified AIIR มีความแตกต่างจาก AIIR
      • จัดสร้างโดยปรับปรุงจากห้องพิเศษ หรือห้องแยกเดี่ยว โดยกั้นส่วนหน้าของห้องให้เป็น anteroom
      • การอุดรูรั่วของห้อง ไม่ได้มีการก่อผนังห้องจากพื้นจรดชั้นถัดไปเหมือน AIIR อย่างไรก็ตาม
        ฝ้าเพดานต้องเป็นชนิดฉาบเรียบ เช่นเดียวกับ AIIR
      • เครื่องปรับอากาศไม่ใช่ชนิดท่อที่มีแผงกรองอากาศ ทั้ง 3 ระดับ เหมือน AIIR แต่เป็นเครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน (Split type) ที่ติดตั้งใน anteroom ลมจากเครื่องปรับอากาศดังกล่าว ผ่านเข้าไปในห้องผู้ป่วยทาง Damper หรืออาจจ่ายเข้าสู่ห้องผู้ป่วยโดยตรง
      • ไม่มีการ recirculate ของอากาศที่ผ่านผู้ป่วยแล้วกลับมาที่เครื่องปรับอากาศอีก คือระบบ all outdoor air system
      • มีอากาศจากภายนอกเติมเข้ามาในห้อง anteroom โดยผ่าน Damper แต่ไม่ทราบปริมาณของอากาศที่เติมเข้ามา นอกจากนี้อุณหภูมิและความชื้นของอากาศดังกล่าวอาจไม่ตรงตามมาตรฐานเหมือน AIIR

      แบบสรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด 1/2
      เอกสารแนบ 2
      แบบสรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด
      ตัวชี้วัด ร้อยละของจังหวัดที่สามารถดำเนินการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดนก/ไข้หวัดใหญ่ได้ตามมาตรฐาน
      ปีงบประมาณ 2552
      สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ......................................ณ วันที่ ........................................
      ------------------------------------------------------------------

      1. มีรายงานโรคตามระบบ Zero report
      • ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 1 (ปีงบประมาณ 2552 วันที่ 5-31 ตุลาคม 2551) ถึง สัปดาห์ที่ .............(..............………..........)
          จำนวน………………....ฉบับ
      • พบผู้ป่วยสงสัยโรคปอดบวม/ไข้หวัดใหญ่ที่เข้าข่ายเฝ้าระวังไข้หวัดนก จำนวน........................ ราย
      2. มีการรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ (ตามแบบฟอร์มรายงานAI. 1) จำนวน..................ราย
      3. มีการสอบสวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบที่เฝ้าระวัง (ตามแบบฟอร์มรายงาน AI. 2) จำนวน ........……….....ราย
      4. มีการเก็บตัวอย่าง หรือ รายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ จำนวน......... ราย
      5. มีรายงานข้อมูลห้องแยก ครบทุกโรงพยาบาล/ไม่ทุกโรงพยาบาล ดังนี้

      ที่
      โรงพยาบาล
      ประเภทโรงพยาบาล
      (รพศ./รพท./รพช.)
      AIIR
      (จำนวนห้อง)
      Modified AIIR
      (จำนวนห้อง)
      1
             
      2
             
      ….
             
      10
             
      รวม
           

      แบบสรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด 2/2

      6. มีรายการคงเหลือ เวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็น เพื่อการควบคุมโรคไข้หวัดนก และโรคติดต่ออุบัติใหม่อื่นๆ ดังนี้
      ลำดับที่
      รายการ
      เกณฑ์ขั้นต่ำ
      หน่วยนับ
      จำนวนคงคลัง
      วันหมดอายุ
      1
      ยาต้านไวรัส (Tamiflu)
      300
      เม็ด
         
      2
      หน้ากาก N95
      500
      ชิ้น
         
      3
      แว่นครอบตา
      50
      ชิ้น
         
      4
      ลวดเก็บตัวอย่าง
      30
      อัน
         
      5
      ชุดป้องกัน(สำหรับ SRRT)
      50
      ตัว
         
      6
      เสื้อกาวน์กันน้ำชนิดนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (สำหรับบุคลากรทางการแพทย์)
      5
      ตัว
         
      รวม
             

      7. การซ้อมแผนเตรียมพร้อมรับการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ ปีงบประมาณ 2552
      (ในรอบ 24 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2550 – 30 กันยายน 2552)
      ยังไม่มีการซ้อมแผน (จบแบบสอบถาม)
      มีการซ้อมแผนแล้ว (กรุณาตอบข้อ 6.1 – 6.6)
       

      6.1 วันที่ซ้อมแผน .........................................

       
       

      6.2 สถานที่............................................................

       
        6.3 ระดับของการซ้อมแผน  
       
        จังหวัด สสจ. อำเภอ ตำบล
        6.4 รูปแบบการซ้อมแผน   Tabletop drill  
       
        อื่นๆ ระบุ……………………..
        6.5 สถานการณ์สมมุติการซ้อม ตามระยะการระบาด  
       
        ระดับ 4 5 6
       

      ชื่อผู้รายงาน
      ………………………………….
      ตำแหน่ง…………………………………
      สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่…………………………………

      หลักฐานประกอบรายงานของจังหวัด
      • รายงาน Zero report ระดับจังหวัด
      • รายงาน AI1
      • รายงานสอบสวนโรค หรือ AI2
      • ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
      • รายงานข้อมูลห้องแยกของโรงพยาบาลในพื้นที่
      • รายงานปริมาณเวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ป้องกัน งานควบคุมโรคไข้หวัดนก/ไข้หวัดใหญ่ของจังหวัด
      • สรุปผลการซ้อมแผนฯของจังหวัด

      หมายเหตุ สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่เก็บหลักฐานสรุปการดำเนินงาน ข้อ 1-6 ตามแบบฟอร์มสรุปผลการดำเนินงานตามตัวชีวัด (เอกสารแนบ 2) และสรุปผลการซ้อมแผนจังหวัด