ลดขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษรปกติ
เพิ่มขนาดตัวอักษร

ปฏิทินกิจกรรม

AJAX Calendar demo by g-O-r-a-g-o-d.com
กำลังโหลด...

แบบสำรวจความคิดเห็น

คุณมีความพึงพอใจเว็บไซด์ของสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่เพียงใด ?
มาก
ปานกลาง
ควรปรับปรุง

ข้อมูลงานวิจัย -> ความรู้เรื่องโรคติดต่ออุบัติใหม่

โรคคุดทะราด (YAWS)

             เป็นโรคติดต่อเรื้อรัง เกิดตุ่มคล้ายหูด ต่อมาจะกลายเป็นแผลเกิดขึ้นบนร่างกาย อาจลุกลามถึงกระดูก ทำให้กระดูกกุดสั้น จึงมีลักษณะคล้ายโรคเรื้อน จะเป็นในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง พบในเขตอบอุ่นและเขตร้อน ในประเทศไทยพบในภาคอีสานและภาคใต้

 


สาเหตุ

             เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ ทรีโพนีมา เพอร์เทนูอี (Treponema pertenue) รูปร่างเป็นเกลียวสว่านเชื้อจะพบตามบาดแผลที่ผิวหนังหรืออยู่ที่เยื่อบุช่อง จมูก

แหล่งของโรค

             มนุษย์ และสัตว์มีกระดูกสันหลังชั้นสูงจำพวกลิง

การติดต่อ

             ติดต่อได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยผู้ป่วยเป็นผู้แพร่เชื้อ การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยและการสัมผัสกับน้ำเหลือง น้ำหนองจากบาดแผล รวมทั้งการสัมผัสกับสิ่งของเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ซึ่งแมลงวันตอมบาดแผลแล้วเป็นพาหะนำโรคมาสู่คนปกติซึ่งมีบาดแผลเปิด

ระยะฟักตัวของโรค

             นานตั้งแต่ 2 สัปดาห์ถึง 3 เดือน

ระยะติดต่อ

             มีความแปรปรวน อาจจะหยุดในบางช่วงและกลับมาแพร่ได้อีกครั้ง ในช่วงระยะเวลาหลายปีช่วงที่แผลเปื่อยให้เห็น แต่มักจะไม่พบเชื้อในแผลระยะสุดท้าย

อาการ

             เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายประมาณ 3 - 6 สัปดาห์ จะเกิดโรคระยะแรก คือ มีตุ่มนูนคล้ายหูดที่ ผิวหนัง เรียกว่า ตุ่มแม่ (Mother Yaw) มีขนาดเล็กๆบนร่างกาย ตุ่มจะค่อยๆมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นตุ่มนูนแดง หรือเป็นแผลลักษณะคล้ายดอกกระหล่ำปลี ต่อมาต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณใกล้แผลจะอักเสบบวมโต แล้วแผลจะลุกลามทั่วร่างกาย แผลจะแตกออกคล้ายเหงือกปลา มีหัวลักษณะคล้ายหูด อาจกินลึกเข้าไปในฝ่าเท้า และลุกลามไปถึงกระดูก กระดูกจะกุดสั้น ลักษณะคล้ายโรคเรื้อน ระยะแรกๆโรคอาจหายได้เอง เรียกว่า ระยะหลบตัว แล้วกลับมาเป็นใหม่อีก ซึ่งโรคจะทำลายประสาทส่วนกลาง ตาและอวัยวะภายในร่างกายเหมือนโรคซิฟิลิส

การตรวจหาเชื้อและการวินิจฉัยโรค

  1. จะเกิดแผลเป็นตุ่มขึ้นคล้ายหูด ลักษณะแผลแตกต่างจากแผลโรคเรื้อนและซิฟิลิส
  2. ตรวจหาเชื้อจากน้ำหนองของแผล โดยวิธี Dark-Fied-Examination
  3. ตรวจทางน้ำเหลืองให้ผลบวกต่อ VDRL เหมือนซิฟิลิส

การรักษาพยาบาล

  1. ให้โปรเคนเพนิซิลลิน (Procaine Penicillin) ขนาด 1.2 ล้านหน่วย ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหนเดียวหรือขนาด 3 แสนหน่วย ฉีดเข้ากล้ามเนื้อวันละครั้ง เป็นเวลา 7 - 10 วันติดต่อกัน
  2. ให้เตทตราชัยคลิน (Tetacyclines) ขนาด 0.5 กรัมทุก 6 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน การรักษาความสะอาดของแผลช่วยทำให้โรคหายเร็วขึ้น

การป้องกันควบคุมโรค

  1. แนะนำให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องนุ่งห่มของใช้ร่วมกัน
  2. การรักษาความสะอาดบาดแผล หลีกเลี่ยงไม่ให้แมลงวันตอม
  3. แนะนำให้ผู้ป่วยมารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
  4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสโรคจากบาดแผลโดยตรง

ข้อมูลเพิ่มเติม

  1. 203.157.168.7/cdc/KNOWLEGDE/Kno%20yaws.doc
  2. http://thaigcd.ddc.moph.go.th/Icdc_Law_prb_cdc2523_notice_1_name_symtoms.html
  3. http://www.suriyothai.ac.th/node/711