ลดขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษรปกติ
เพิ่มขนาดตัวอักษร

ปฏิทินกิจกรรม

AJAX Calendar demo by g-O-r-a-g-o-d.com
กำลังโหลด...

แบบสำรวจความคิดเห็น

คุณมีความพึงพอใจเว็บไซด์ของสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่เพียงใด ?
มาก
ปานกลาง
ควรปรับปรุง

ความรู้เรื่องโรค -> ความรู้เรื่องโรคติดต่ออุบัติใหม่

โรคติดเชื้อไวรัสฮานตา (Hantaviral Diseases)

            สัตว์ฟันแทะต่างๆ อาจติดเชื้อไวรัสฮานตาได้ทั่วโลก เชื้อไวรัสดังกล่าวหลายชนิดอาจก่อโรคในมนุษย์ได้เป็นบางครั้ง ทำให้เกิดอาการในระดับความรุนแรงต่างๆกัน โดยเชื้อโรคจะทำให้เกิดพยาธิสภาพที่ผนังด้านในของหลอดเลือด ทำให้เลือดมีการซึมผ่านออกนอกหลอดเลือดได้ง่ายขึ้น เกิดอาการช็อกหรือเลือดออก ไวรัสบางชนิด เช่น Prospect Hill virus แยกได้จากสัตว์ฟันแทะ แต่ไม่พบว่าเกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยที่พบในคน ในปี พ.ศ. 2536 มีการระบาดของโรคจากเชื้อไวรัสฮานตาตัวใหม่ในสหรัฐอเมริกา อวัยวะสำคัญที่เกิดพยาธิสภาพ คือ ปอดไม่ใช่ไต และเนื่องจากเชื้อก่อโรคเป็นพวกเดียวกัน การระบาดและลักษณะการเกิดโรคคล้ายคลึงกัน จึงจัดอยู่ในกลุ่มของโรคที่เกิดจากไวรัสฮานตาเหมือนกัน

 
 

            ดังนั้นจึงแบ่งโรคจากการติดเชื้อไวรัสฮานตาออกเป็น 2 กลุ่ม ตามพยาธิสภาพหรือกลุ่มอาการที่ไตและที่ปอด ดังนี้

I. โรคไข้เลือดออกจากการติดเชื้อไวรัสฮานตาที่มีกลุ่มอาการทางไต Hemorrhagic Fever With Renal Syndrome (Epidemic hemorrhagic fever, Korean hemorrhagic fever, Nephropathia epidemica, Hemorrhagic neprosonephritis : HFRS)

II. โรคไข้เลือดออกจากการติดเชื้อไวรัสฮานตาที่มีกลุ่มอาการทางระบบทางเดินหายใจ (Hantavirus Pulmonary Syndrome; Hantavirus adult respiratory distress syndrome : ARDS)

 
 


I. โรคไข้เลือดออกจากการติดเชื้อไวรัสฮานตาที่มีกลุ่มอาการทางไต

การเกิดโรค

            ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง นักวิชาการญี่ปุ่นและโซเวียตเขียนบันทึกเกี่ยวกับกลุ่มอาการของโรคนี้ที่พบ บริเวณฝั่งแม่น้ำอามูร์ (Amur River) ในแมนจูเรีย ต่อมาเมื่อกองทัพพัธมิตรยกเข้าไปในเกาหลีก็พบโรคนี้ทั้งในหมู่ทหารและ พลเรือน โรคที่เกิดจากไวรัสฮานทานพบมากและกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขในจีน โดยมีรายงานโรคปีละประมาณ 40,000 - 100,000 ราย ระยะไม่กี่ปีมานี้มีรายงานโรคในเกาหลีปีละประมาณ 1,000 ราย โรคจะเกิดมากน้อยตามฤดูกาล โดยพบมากที่สุดในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิต่อต้นฤดูหนาว โดยส่วนใหญ่พบในคนชนบทในคาบสมุทรบอลข่าน พบโรคชนิดรุนแรงจากไวรัสฮานทาน หรือโดบราวา ปีละ 200 - 300 ราย โดยอัตราตายสูงไม่น้อยกว่าที่พบในเอเชีย ผู้ป่วยส่วนใหญ่พบในฤดูใบไม้ผลิและช่วงต้นฤดูร้อน

            ผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพที่ชั้นนอกของไต (nephropathia epidemica) จากไวรัสพูอูมาลา ส่วนใหญ่พบในยุโรป รวมทั้งรัสเซีย แถบตะวันตกของเทือกเขาอูราล และแถบคาบสมุทรบอลข่านมักพบโรคในช่วงฤดูร้อน หรือปลายฤดูใบไม้ร่วง และต้นฤดูหนาว กลุ่มอาการเหล่านี้ที่พบในนักวิจัยทางการแพทย์ หรือคนเลี้ยงสัตว์ในเอเชียและยุโรป มักเกิดจากหนู (rat) ในห้องทดลองที่ติดเชื้อไวรัสโซล ไวรัสโซลมักแยกได้จากหนูที่จับได้ในเมืองใหญ่ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย สหรัฐอเมริกา บราซิล และอาร์เจนตินา แต่ที่พบความสัมพันธ์กับการเกิดโรคในผู้ป่วยมีเฉพาะในจีนและรัสเซีย ส่วนที่อยู่ในเอเชียปัจจุบันมีเทคนิคการตรวจใหม่ๆ ทำให้พบเชื้อโรคไวรัสฮานตาและการติดเชื้อไวรัสฮานตาทั่วโลก


ลักษณะโรค

            เป็นโรคติดเชื้อเฉียบพลันจากเชื้อไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์มาสู่คน อาการเริ่มด้วยการมีไข้เฉียบพลัน ปวดเอว มีเลือดออกลักษณะต่างๆ มากน้อยแตกต่างกันไป และอาการทางไต ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจากไวรัสฮานตาพบครั้งแรกในเอเชียและคาบสมุทรบอลข่าน (Balkans) อาการของโรคจะแบ่งเป็น 5 ระยะ คือ ระยะไข้ ระยะความดันเลือดต่ำ ระยะปัสสาวะน้อย ระยะปัสสาวะมาก และระยะฟื้นไข้ อาการเริ่มต้นจากไข้สูง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร ตามด้วยอาการปวดท้องหรือปวดเอวมาก มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และหน้าแดง ระยะไข้มักจะมีอาการตาแดงและมีจุดเลือดออก ระยะนี้จะเป็นอยู่ 3 - 7 วัน อาการคลื่นไส้ อาเจียนอาจยังคงอยู่ อาจมีเลือดออกมาก และปัสสาวะจะน้อยลงอย่างมาก

            ผู้ป่วยส่วนใหญ่เสียชีวิตในระยะความดันเลือดต่ำหรือระยะปัสสาวะน้อย (อัตราป่วยตายแตกต่างกัน ในเอเชียประมาณร้อยละ 5 ในคาบสมุทรบอลข่านสูงกว่าเล็กน้อย) อาการปัสสาวะมากในผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าผู้ป่วยกำลังจะฟื้นไข้ ปัสสาวะอาจออกมากถึงวันละ 3 - 6 ลิตร ระยะฟื้นไข้อาจนานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน

            การวินิจฉัยโรคทำได้โดยการตรวจ ELISA หรือ IFA หาแอนติบอดีจำเพาะต่อเชื้อ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะพบแอนติบอดีชนิด IgM ตั้งแต่แรกเข้าโรงพยาบาล การตรวจที่สนับสนุนการวินิจฉัยโรค ได้แก่ การพบโปรตีนในปัสสาวะ เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น ภาวะเลือดข้น เกร็ดเลือดต่ำ และระดับยูเรียไนโตรเจนในเลือดสูงขึ้น ไวรัสฮานตาอาจถ่ายทอดได้อย่างจำกัดในเซลล์เพาะเลี้ยง และหนูทดลองเพื่อการศึกษาวิจัย ทั้งหนูขนาดเขื่อง (rat) และหนูขนาดเล็ก (mouse) ในการวินิจฉัยแยกโรคต้องนึกถึงโรคเลปโตสไปโรซิส และโรคริกเกตเซียเสมอ


เชื้อก่อโรค

            เชื้อไวรัสฮานตาอยู่ในวงศ์ Banyaviridae เป็นไวรัสชนิดอาร์เอ็นเอ (RNA virus) รูปทรงกลมหรือทรงรี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 95 - 110 nm ลักษณะแอนติเจนแยกได้หลายชนิดโดยแต่ละชนิดจะสัมพันธ์กับสัตว์ฟันแทะแต่ละ ชนิด ไวรัสฮานทาน (Hantaan virus) พบมากในเอเชียและพบน้อยในยุโรป ไวรัสโดบราวา (Dobrava virus หรือ Belgrade) พบที่ยูโกสลาเวีย ไวรัสพูอูมาลาพบในยุโรป ส่วนไวรัสโซลพบได้ทั่วโลก


แหล่งโรค

            สัตว์ฟันแทะนอกบ้านชนิดต่างๆ (Field rodents) ได้แก่ Apodemus spp. เป็นแหล่งรังโรคของไวรัสฮานทาน และโดบราวา (เบลเกรด) ในเอเชียและคาบสมุทรบอลข่าน Clethrionomus spp. เป็นแหล่งรังโรคของไวรัสพูอูมาลา ในยุโรปและแถบตะวันตกของเทือกเขาอูราล Rattus เป็นแหล่งรังโรคของไวรัสโซลทั่วโลก คนเป็นแหล่งอาศัยของโรคโดยบังเอิญ (accidental host)


วิธีการแพร่เชื้อ

            เข้าใจว่าเกิดโดยการสูดเอาละอองจากสิ่งขับถ่ายของสัตว์ฟันแทะ (เคยมีการทดลองพิสูจน์แล้วว่าทำให้ติดเชื้อได้) เชื้อไวรัสพบได้ในปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลายของสัตว์ฟันแทะที่ติดโรคโดยไม่มีอาการ โดยพบได้ มากที่สุดในปอด


ระยะฟักตัว

            อาจสั้นเพียงไม่กี่วันหรือนานได้ถึง 2 เดือน ส่วนใหญ่ประมาณ 2 - 4 สัปดาห์


ระยะติดต่อ

            ไม่มีการติดต่อจากคนสู่คน


ความไวและความต้านทานต่อการรับเชื้อ

            คนที่ไม่เคยติดเชื้อสามารถติดเชื้อได้เหมือนกันทุกคน ในผู้ที่เคยติดเชื้อที่ไม่มีอาการมาแล้วไม่เคยพบการติดเชื้อซ้ำ


วิธีการควบคุมโรค

ก. มาตรการป้องกันโรค

  1. ป้องกันหรือขจัดสัตว์ฟันแทะ มิให้เข้าไปในบ้านเรือนหรืออาคารอื่น
  2. เก็บอาหารไว้ในที่สัตว์ฟันแทะเข้าไปกินไม่ได้
  3. ฆ่าเชื้อบริเวณที่มีสัตว์ฟันแทะ โดยการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค (เช่น สารฟอกสีที่เจือจาง) ก่อนทำความสะอาด ห้ามใช้วิธีการกวาดหรือดูดฝุ่นบริเวณที่หนูเคยเข้าไป ให้ใช้วิธีถูด้วยผ้าเปียก หรือโดยใช้ผ้าชุบน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
  4. ดักและกำจัดสัตว์ฟันแทะด้วยวิธีการที่เหมาะสม ไม่แนะนำวิธีการดักจับเป็นๆ
  5. ในบริเวณที่มีสัตว์อยู่มาก ลดการสัมผัสกับสัตว์ฟันแทะในป่า รวมทั้งสิ่งขับถ่ายจากสัตว์เหล่านั้น
  6. สัตว์ฟันแทะในห้องทดลองโดยเฉพาะหนูท่อ (Rattus norvegicus) ให้ตรวจสอบว่าไม่มีตัวใดติดเชื้อไวรัส ฮานตาโดยไม่มีอาการ

ข. การควบคุมผู้ป่วย ผู้สัมผัส และสิ่งแวดล้อม

  1. รายงานโรค : เป็นโรคที่ต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่น
  2. การแยกผู้ป่วย : ไม่จำเป็น
  3. การทำลายเชื้อ : ไม่จำเป็น
  4. การกักกัน : ไม่จำเป็น
  5. การกักกัน : ไม่จำเป็น
  6. การสอบสวนผู้สัมผัสและแหล่งโรค : กำจัดสัตว์ฟันแทะทั้งในบ้านและรอบๆบ้าน ถ้าทำได้
  7. การรักษา : ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม และระมัดระวังในระยะช็อกและไตวาย ป้องกันการให้สารน้ำมากเกินไป การให้ยา Ribavirin เข้าทางหลอดเลือดโดยเร็วที่สุดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มป่วยพบว่ามีประโยชน์

ค. มาตรการเมื่อเกิดการระบาด

            ควบคุมสัตว์ฟันแทะ เฝ้าระวังการติดเชื้อโรคไวรัสฮานตาในสัตว์ฟันแทะในป่า หากตรวจพบความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อโรคในสัตว์และในผู้ป่วย ให้กำจัดกวาดล้างสัตว์ฟันแทะต่างๆ รวมทั้งการฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึงด้วย

ง. ความเสียหายที่อาจจะเกิด

            ภัยจากธรรมชาติและสงครามมักทำให้จำนวนของสัตว์ฟันแทะเพิ่มขึ้น และทำให้คนสัมผัสกับสัตว์เหล่านั้นมากขึ้นด้วย

II. โรคไข้เลือดออกจากการติดเชื้อไวรัสฮานตาที่มีกลุ่มอาการทางระบบทางเดินหายใจ
การเกิดโรค

            พบผู้ป่วยครั้งแรกในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ในปี พ.ศ. 2536 บริเวณจุดต่อสี่มุม (Four Corners area) ของรัฐนิวเม็กซิโกและรัฐอริโซนา ในคนพื้นเมืองของอเมริกา หลังจากนั้นมีการพบผู้ป่วยที่ยืนยันการวินิจฉัยในแคนาดาและฝั่งตะวันออก ของอเมริกา พบผู้ป่วยประปรายทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา (อาร์เจนตินา โบลิเวีย บราซิล ชิลี และปารากวัย) รวมทั้งในรัฐฟลอริดา โรดไอแลนด์ นิวยอร์คและอินเดียนา โรคนี้ไม่จำกัดเฉพาะในคนบางเผ่าพันธุ์เท่านั้น การพบโรคมากหรือน้อยตามฤดูกาล จะสัมพันธ์กับการเพิ่มจำนวนของสัตว์ฟันแทะในแถบนั้น


ลักษณะโรค

              เป็นโรคติดเชื้อเฉียบพลันจากเชื้อไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์มาสู่คน อาการคือ ไข้ ปวดกล้ามเนื้อ และอาการของระบบทางเดินอาหาร ตามด้วยอาการหายใจลำบากฉับพลัน และความดันเลือดต่ำ อาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็วจนเกิดภาวะหัวใจวายและช็อกจากหัวใจล้มเหลว ความเข้มข้นเลือดสูง และเกร็ดเลือดต่ำ อัตราการตายโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 40 - 50 ผู้ป่วย 103 รายแรกที่พบนั้น มีอัตราตายสูงถึงร้อยละ 52 ส่วนผู้ที่รอดชีวิต การฟื้นไข้เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยปอดกลับมาทำงานได้เหมือนปกติ ไม่ปรากฏอาการทางไตและอาการเลือดออก ยกเว้นในบางรายที่อาการรุนแรง

              การวินิจฉัยโรคทำโดยการตรวจพบแอนติบอดีชนิด lgM ที่จำเพาะโรคโดยวิธี ELISA หรือ Western blot ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะพบแอนติบอดีดังกล่าวตั้งแต่แรกเข้าโรงพยาบาล ในห้องปฏิบัติการบางแห่งสามารถตรวจชิ้นเนื้อจากผู้ป่วย หรือจากศพโดยเทคนิคพิเศษ PCR รวมทั้งวิธี immuno histochemistry


เชื้อก่อโรค

              ในทวีปอเมริกาสามารถแยกเชื้อได้ 2 ชนิดหรือมากกว่านั้น เชื้อไวรัสซินนอมเบร (Sin Nombre virus) เป็นสาเหตุของการระบาดในปี พ.ศ. 2536 ทางแถบตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา และพบในผู้ป่วยส่วนมากในอเมริกาเหนือ เชื้อไวรัสแบล็คครีกคะแนล (Black Creek Canal virus) พบในผู้ป่วยที่รัฐฟรอริดา มีเชื้ออีกอย่างน้อยสองชนิดที่แยกได้จากเนื้อเยื่อของคน พบปฏิกิริยาทางน้ำเหลืองข้ามสายพันธุ์กับฮานตาไวรัสชนิดอื่น โดยเฉพาะกับไวรัสพรอสเพ็คฮิลล์ และพูอูมาลา


แหล่งโรค

              แหล่งรังโรคใหญ่ของไวรัสซินนอมเบร คือ หนูท้องขาว (deer mouse : Peromyscus maniculatus) นอกจากนี้ยังพบแอนติบอดีในสัตว์ฟันแทะอื่น ได้แก่ Peromiscus ชนิดอื่น หนูต้นไม้ (Pack rats) และกระรอกลาย (Chipmunk) ไวรัสแบล็คครีกคะแนล มีหนูฝ้าย (Cotton rats : Sigmodon hispidus) เป็นแหล่งรังโรค


วิธีการแพร่เชื้อ

              เชื่อว่าเกิดจากการสูดฝุ่นละอองจากสิ่งขับถ่ายของสัตว์ฟันแทะ เช่นเดียวกับชนิดที่ทำให้เกิดอาการทางไตและอาการเลือดออก ธรรมชาติของการติดเชื้อในสัตว์ฟันแทะยังไม่มีผลการศึกษาที่ชัดเจน


ความไวและความต้านทานต่อการรับเชื้อ

              คนที่ไม่เคยติดเชื้อสามารถติดเชื้อได้เหมือนกันทุกคน ไม่เคยมีรายงานคนที่ติดเชื้อโดยไม่มีอาการ


ระยะการติดต่อของโรค

              ไม่มีหลักฐานการติดต่อจากคนสู่คน


ระยะฟักตัว

              ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าประมาณ 2 สัปดาห์ อาจอยู่ในช่วงนานระหว่าง 2 - 3 วัน ถึง 6 สัปดาห์


วิธีการควบคุมโรค

ก. มาตรการป้องกันโรค ปฏิบัติเช่นเดียวกับชนิดที่ทำให้เกิดอาการทางไต

ข. การควบคุมผู้ป่วย ผู้สัมผัส และสิ่งแวดล้อม

ข้อ 1. - 6. ปฏิบัติเช่นเดียวกับชนิดที่ทำให้เกิดอาการทางไต

ข้อ 7. การรักษา

                ให้การดูแลรักษาระบบทางเดินหายใจอย่างเต็มที่ ระมัดระวังมิให้สารน้ำเกินขนาด อันจะนำไปสู่ภาวะปอดบวมคั่งน้ำ ให้ยากระตุ้นหัวใจและเพิ่มความดันเลือดแต่เนิ่นๆ ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันภาวะช็อก ให้ออกซิเจนอย่างเต็มที่โดยเฉพาะในรายที่ต้องส่งต่อผู้ป่วย ยาต้านไวรัส Ribavirin อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย ซึ่งจากข้อมูลในปัจจุบันไม่พบว่ามีประโยชน์ต่อผู้ป่วยกลุ่มนี้


ค. มาตรการเมื่อเกิดการระบาด

ให้การศึกษาประชาชนให้หลีกเลี่ยงสัตว์ฟันแทะ และให้ช่วยกันกำจัดสัตว์ฟันแทะในบ้านเรือนโดยเฉพาะเมื่อพบโรคหรือเมื่อมีการ ระบาด การศึกษาจำนวนสัตว์ฟันแทะ และอัตราการติดเชื้อเป็นสิ่งที่น่าทำ แต่อาจไม่เป็นประโยชน์


ง. ความเสียหายที่อาจจะเกิด

                 ปฏิบัติเช่นเดียวกับชนิดที่ทำให้เกิดอาการทางไต



จ. มาตรการควบคุมโรคระหว่างประเทศ

                 ควบคุมการนำเข้าสัตว์ฟันแทะที่เป็นแหล่งรังโรคจากต่างประเทศ




ข้อมูลเพิ่มเติม

  1. http://icd.ddc.moph.go.th/index.php?option=com_content&task=view&id=125&Itemid=27⟨=th_TH
  2. http://icd.ddc.moph.go.th/index.php?option=com_content&task=view&id=125&Itemid=27⟨=th_TH