ลดขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษรปกติ
เพิ่มขนาดตัวอักษร

ปฏิทินกิจกรรม

AJAX Calendar demo by g-O-r-a-g-o-d.com
กำลังโหลด...

แบบสำรวจความคิดเห็น

คุณมีความพึงพอใจเว็บไซด์ของสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่เพียงใด ?
มาก
ปานกลาง
ควรปรับปรุง

ความรู้เรื่องโรค -> ความรู้เรื่องโรคติดต่ออุบัติใหม่

โรคชีวพิษโบทูลีนหรืออาหารเป็นพิษจากสารชีวพิษโบทูลีน (butolism)

 ลักษณะอาการทางคลินิก

               สารชีวพิษโบทูลินซึ่งแบ่งเป็น 8 ชนิดย่อยๆ ได้แก่ ชนิด A, B, C, D, E, F, G และ H นั้นมีเพียง 3 ชนิดที่ก่อโรคในมนุษย์ คือ ชนิด A, B และ E นอกจากนั้นก่อโรคในสัตว์ สารชีวพิษเหล่านี้เป็นสารที่มีพิษรุนแรงมาก สารชนิดหนึ่งใน 8 ชนิดที่กล่าวข้างต้นในปริมาณเพียง 0.001 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (1 ในล้านล้านส่วนของน้ำหนักตัวผู้ได้รับสารชีวพิษ) ก็เพียงพอที่จะก่อให้เกิดอันตรายได้แล้ว โดยสารชีวพิษโบทูลินมีพิษต่อเส้นประสาทมากกว่าแก๊สซารินถึง 100,000 เท่า

               การออกฤทธิ์ของสารชีวพิษโบทูลินจะเกิดที่รอยต่อของเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ โดยสารชีวพิษจะไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อนำประสาทที่มีชื่อว่า อะเซติลโคลีน (acetylcholine) แล้วทำให้เกิดการสกัดกั้นการติดต่อระหว่างเส้นประสาท ทำให้ผู้ป่วยมีอาการอัมพาตของกล้ามเนื้อส่วนศีรษะและเกิดอาการอาหารเป็นพิษจากสารชีวพิษโบทูลินขึ้น

               ระยะเวลาตั้งแต่ได้รับสารชีวพิษโบทูลินจนมีอาการนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนสารชีวพิษที่หายใจเข้าไป อาจกินเวลาประมาณ 24 – 36 ชั่วโมงจนถึงหลายวัน อาการอัมพาตของกล้ามเนื้อส่วนศีรษะจะเริ่มที่เบ้าตาก่อนโดยผู้ป่วยจะมีอาการตาฝ้ามัวจากการที่ม่านตาขยาย ทำให้มองเห็นภาพเป็นสองภาพ หนังตาตก และมีอาการแพ้แสงสว่าง ออกเสียงลำบากและกลืนลำบาก ต่อมาจะมีอาการอัมพาตของกล้ามเนื้อ โดยเริ่มจากด้านบนของลำตัวลงสู่ด้านล่างพร้อมๆ กันทั้งสองข้างจนอาจทำให้ผู้ป่วยหารใจไม่ได้ สำหรับอาการอาหารเป็นพิษจากสารชีวพิษโบทูลิน ผู้ป่วยจะมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วจนหารใจไม่ได้ภายใน 24 ชั่วโมงเท่านั้น

               จากการตรวจร่างกาย แพทย์มักจะไม่พบอาการไข้ ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวดี อาจมีความดันโลหิตต่ำขณะที่เปลี่ยนอิริยาบถลุกขึ้นโดยทันที เยื่อบุช่องปากอาจจะแห้งหรือตกสะเก็ด ผู้ป่วยจะมีอาการปากแห้งและเจ็บคอม่านตาอาจขยายหรืออยู่คงที่ หนังตาตก และกล้ามเนื้อบนศีรษะมีอาการอัมพาตหรืออ่อนแรงตามปริมาณของสารชีวภาพที่ได้รับ ถ้ากล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจเป็นอัมพาตก็จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการตัวเขียวเนื่องจากร่างกายขาดออกซิเจนได้

 

การวินิจฉัยและการดูแลรักษา

                การพบผู้ป่วยที่มีอาการอัมพาตของกล้ามเนื้อส่วนศีรษะและร่างกายที่มีอาการรุนแรงขึ้นจากร่างกายส่วนบนลงสู่ส่วนล่างโดยที่ผู้ป่วยไม่มีอาการไข้เป็นจำนวนหลายๆ รายพร้อมกัน เป็นลักษณะที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดโรคที่มีสาเหตุจากสารชีวพิษโบทูลีน ในผู้ป่วยบางรายนั้นอาการอาจไม่ชัดเจนจนทำให้แพทย์สับสนกับโรคชนิดอื่น เช่น กลุ่มอาการกีแลง-บาเร (Guillain-Barre syndrome) หรืออัมพาตจากเห็บกัด (tickbrne paralysis) เป็นต้น

                การตรวจทางชันสูตรอาจไม่เป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคเพราะการตรวจวินิจฉัยในเลือดหรือหรืออุจจาระพบได้ยากมาก ส่วนผู้ที่หายจากโรคแล้วไม่มีภูมิคุ้มกัยสูงขึ้นเพราะได้รับสารพิษไม่มากนัก แต่หากตรวจด้วยวิธีอีไลซา จะพบสารชีวพิษในโพรงจมูกได้ภายหลังรับสารชีวพิษ 24 ชั่วโมง

                การหายใจล้มเหลวจากอาการอัมพาตของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจนับเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและมักทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต แต่ถ้าแพทย์ทำการเจาะคอหรือใส่ท่อหายใจให้ผู้ป่วยได้ทันก็จะสามารถช่วยให้อัตราการเสียชีวิตลดลงได้จนถึงประมาณร้อยละ 5 การพยาบาลผู้ป่วยจึงนับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

                จากการทดสอบในสัตว์ทดลองพบว่าการใช้สารต้านชีวพิษ(anti-toxin แอนติทอกซิน) จะให้ผลดีถ้าให้ในระยะต้นๆ ก่อนที่ผู้ป่วยจะมีอาการ

                ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกลางของสหรัฐอเมริกา (CDC)ได้จัดเตรียมสารต้านชีวพิษไว้ 3 ชนิดสำหรับรักษาผู้ป่วยที่มีอาการอาหารเป็นพิษจากสารชีวพิษโบทูลีน แต่เนื่องจากสารต้านชีวพิษซึ่งทำจากซีรั่มม้า อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ในผู้ป่วยบางราย ดังนั้นแพทย์จึงต้องทดสอบผู้ป่วยว่าแพ้ซีรั่มม้าหรือไม่ก่อนที่จะใช้สารต้านชีวพิษในการรักษาผู้ป่วยรายนั้น

                การรักษาด้วยทอกซอยด์ (toxoid) ของเชื้อคลอสตริเดียม โบทูลีนัม ซึ่งมีอยู่ 5 ชนิด (ชนิด A, B, C, D และE) นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในรูปของยาใหม่ขั้นทดลองอยู่

อ้างอิง

ควบคุมโรคติดต่อ, กรม, กระทรวงสาธารณสุข. แผนเตรียมพร้อมต่อภัยคุกคามจากอาวุธชีวภาพ พ.ศ. 2545. กรุงเทพ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. 2545.

เฉลิมศึก ยุคล, ม.จ.. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพและอาวุธเคมี: การป้องกันภัยคุกคามจากอาวุธชีวภาพและอาวุธเคมี. กรุงเทพ: พี.เอ.ลีฟวิ่ง. 2547.

ประเสริฐ ทองเจริญ. มหันตภัยอาวุธชีวภาพและอาวุธเคมี. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์, 2546: 73-6.

http://www.who.int/gb/ebwha/pdf_files/WHA55/ea5520.pdf
http://www.who.int/csr/delibepidemics/biochemguide/en/index.html
http://www.who.int/csr/delibepidemics/en/Preparednessproject.pdf
http://www.who.int/csr/resources/publications/deliberate/WHO_CDS_EPR_LYO_2005_26.pdf