ลดขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษรปกติ
เพิ่มขนาดตัวอักษร

ปฏิทินกิจกรรม

AJAX Calendar demo by g-O-r-a-g-o-d.com
กำลังโหลด...

แบบสำรวจความคิดเห็น

คุณมีความพึงพอใจเว็บไซด์ของสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่เพียงใด ?
มาก
ปานกลาง
ควรปรับปรุง

ความรู้เรื่องโรค -> ความรู้เรื่องโรคติดต่ออุบัติใหม่

                                         ไข้ริฟต์ วาลเลย์ (Rift Valley fever, RVF)

    การติดต่อมาสู่คน : คนอาจติดโรคได้ 2 วิธี คือ

  1. ถูกยุงที่มีเชื้อไวรัส RVF กัด
  2. ส่วนใหญ่ได้รับเชื้อโดยการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรืออวัยวะภายในของสัตว์ที่ติดเชื้อ อาจเกิดขึ้นในขณะที่ดูแลสัตว์ป่วย ชำแหละซากสัตว์ (เชื้อเข้าทางบาดแผลหรือทางการหายใจเอาฝอยละอองเลือดหรือสารคัดหลั่งเข้าไป) หรืออาจติดจากการดื่มน้ำนมดิบก็ได้

          ระยะฟักตัว : ประมาณ 2 ถึง 6 วัน

          อาการ : มีไข้ ปวดศีรษะเฉียบพลัน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง บางรายมีอาการคอแข็งเกร็ง กลัวแสง และคลื่นไส้ อาเจียน ระยะเวลาป่วยประมาณ 3-4 วัน โดยทั่วไปอัตราป่วยตายเฉลี่ยจะต่ำกว่า 1% แต่บางรายอาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรงเกิดขึ้นได้ ที่พบบ่อย ได้แก่ จอตาอักเสบ ซึ่งอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ อาจพบอาการสมองและเยื่อหุ้มสมองอักสบ หรือภาวะเลือดออกซึ่งทำให้อัตราป่วยตายสูงถึงร้อยละ 50

          การรักษา : ยังไม่มียาต้านไวรัสโดยเฉพาะ ปกติผู้ป่วยที่มีอาการอย่างอ่อนจะหายได้เองภายใน 2 ถึงหนึ่งสัปดาห์ รายที่อาการรุนแรง ต้องให้การรักษาประคับประคองและการรักษาตามอาการ เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังมีการศึกษาถึงประสิทธิผลของยาต้านไวรัส เช่น ribavirin ที่คาดว่าจะให้ผลการรักษาดี

    การควบคุมป้องกันโรค
  1. หากมีสัตว์ป่วยต้องมีการป้องกันการสัมผัสกับเลือดและสารคัดหลั่งของสัตว์ที่ป่วยไปสู่คน โดยใส่ถุงมือ และเสื้อผ้ามิดชิด และการล้างชำระร่างกายภายหลังปฏิบัติงาน
  2. ห้ามชำแหละซากสัตว์สงสัยเป็นโรคนี้
  3. ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่ระบาดไปยังเขตปลอดโรค
  4. ควรให้วัคซีนแก่สัตว์ (แพะ แกะ โค ฯ) แต่วัคซีนชนิดเป็นอาจทำให้แกะแท้งลูก และผลการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในโคไม่สูงนัก
  5. ใช้มาตรการควบคุมยุงพาหะ เช่น การพ่นทำลายยุงในช่วงการระบาด
  6. เผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนและผู้ที่จะเดินทางเข้าไปในพื้นที่ระบาด ให้ทราบวิธีการป้องกันยุงกัด ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ โดยการสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใช้ยาทาป้องกันนุงกัด นอนในมุ้ง (ถ้าเป็นชนิดชุบสารเคมีป้องกันยุงจะยิ่งดี)
  7. ใช้มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบเข้มงวด (universal precautions) ในห้องปฏิบัติการชันสูตรโรคและในโรงพยาบาล ซึ่งควรแยกห้องผู้ป่วยรากผู้ป่วยโรคอื่นๆ ด้วย
  8. แจ้งการระบาดต่อ WHO, FAO และ องค์การโรคระบาดสัตว์ (International Office for Epizootics, OIE) ในกรุงปารีส