โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza)

รายชื่อคณะที่ปรึกษาด้านการรักษาพยาบาลสำหรับโรคอุบัติใหม่ของระบบทางเดินหายใจ เรื่อง การใช้ยาต้านไวรัส Oseltamivir

โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza)

         องค์การอนามัยโลกภาคพื้นแปซิฟิกตะวันตก ได้รายงานผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดนก สายพันธุ์ A (H5N1) ทั่วโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 จนถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2560 พบรายงานผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อโรคไข้หวัดนกแล้ว 859 ราย เสียชีวิต 453 ราย โดยพบใน 16 ประเทศ ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน บังกลาเทศ กัมพูชา แคนนาดา จีน จิบูตี อียิปต์ อินโดนีเซีย อิรัก ลาว พม่า ไนจีเรีย ปากีสถาน ไทย ตุรกี และเวียดนาม        

          ในประเทศไทยพบผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดนกรายแรก เมื่อ ปี 2547 และผู้ป่วยรายสุดท้าย ในปี 2549 และจากนั้นยังไม่พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกเพิ่มอีก โดยส่วนมากผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคไข้หวัดนก จะมีประวัติการสัมผัสกับไก่ป่วย/ไก่ ที่ตายผิดปกติ ส่วนการแพร่จากคนสู่คนพบได้น้อยกคนสู่คนพบได้น้อย

สถานการณ์โรคไข้หวัดนกในประเทศไทย

Read more

สถานการณ์โรคไข้หวัดนกในต่างประเทศ

Read more

หนังสือสั่งการ / หนังสือขอความร่วมมือ

หนังสือขอความร่วมมือดำเนินการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า - ออกประเทศจีน และมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ (Influenza like Illness; ILI)

  1. เรียน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด icon new
  2. เรียน นายกสมาคม โรงพยาบาลเอกชน icon new
  3. เรียน ปลัด กระทรวงกลาโหม icon new
  4. เรียนู ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ icon new
  5. เรียน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย icon new
  6. เรียน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร icon new

หนังสือขอให้เร่งรัดดำเนินการเตรียมความพร้อมป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนกอย่างเข้มข้นในพื้นที่เสี่ยง

  1. เรียนผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12
  2. นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด

หนังสือขอให้เร่งรัดดำเนินการเตรียมความพร้อมป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนกอย่างเข้มข้นในพื้นที่เสี่ยง

  1. เรียน ผู้อำนวยการสำนักป้องกันโรคที่ 1-9 และผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง
  2. เรียน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  3. เรียน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด

หนังสือ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์เผยแพร่คำแนะนำประชาชน เรื่อง การป้องกันโรคไข้หวัดนกในช่วงเทศกาลตรุษจีนและคำแนะนำสำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศที่มีการระบาด

  1. เรียน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
  2. เรียน ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

หนังสือ เรื่อง ขอให้เร่งรัดดำเนินการเตรียมความพร้อมป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนกในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2559 icon new

หนังสือขอให้เร่งรัดดำเนินการเตรียมความพร้อมป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนกในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2559 

หนังสือขอความร่วมมือในการดำเนินการเตรียมความพร้อม ป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนก ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558

หนังสือขอความร่วมมือในการดำเนินการเตรียมความพร้อม ป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนก ณ วันที่ 1 กันยายน 2558

หนังสือขอความร่วมมือในการดำเนินการเตรียมความพร้อมป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนก โดยเฉพาะบริเวณแนวชายแดน ณ วันที่ 29 เมษายน 2558

หนังสือขอให้เร่งรัดดำเนินการเตรียมความพร้อมป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนกในช่วงเทศกาลตรุษจีน

ความรู้เรื่องไข้หวัดนก

โรคไข้หวัดนก เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ ในสัตว์ปีก หรือที่เรียกกันว่า ไข้หวัดนก โดยสัตว์ปีกทุกชนิด ติดเชื้อนี้ได้ เช่น ไก่ เป็ด นกน้ำ นกชายทะเล เป็นต้น ซึ่งเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ก็มีหลายสายพันธุ์ ที่ที่ก่อให้เกิดโรคในคนได้ โดยมักพบในคนที่มีประวัติสัมผัสกับสัตว์ปีกที่ป่วย/ตาย ด้วยโรคไข้หวัดนก ส่วนการพบการแพร่จากคนสู่คนได้น้อย

  • อาการของโรคไข้หวัดนก

    หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2-8 วัน มักมีไข้สูง ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย มีน้ำมูก ไอ และเจ็บคอ บางครั้งพบว่ามีอาการตาแดงร่วมด้วย อาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม ระบบหายใจล้มเหลว โดยเฉพาะในเด็ก และผู้สูงอายุ

  • ระยะแพร่ติดต่อโรคไข้หวัดนก

    คนสามารถติดเชื้อจากสัตว์ได้โดยจากการสัมผัสกับสัตว์ป่วยโดยตรง และโดยอ้อมจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจากสัตว์ ที่เป็นโรค เช่น อุจจาระ น้ำมูก น้ำตา น้ำลายของสัตว์ที่ป่วย โดยเมื่อสัมผัสสัตว์ที่ป่วยแล้วมักเอามือมาสัมผัสกับหน้า จมูก หรือปาก ตนเอง ทำให้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

  • ยารักษาโรคไข้หวัดนก

    มียาต้านไวรัส คือ ยาโอลเซลทามิเวียร์ (oseltamivir) โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้ยาต้านไวรัส ซึ่งยานี้จะมีประสิทธิภาพการรักษามากที่สุด หากผู้ป่วยได้รับยาเร็วภายใน 2 วัน นับตั้งแต่เริ่มป่วย โดยยาจะแบ่งออกเป็น 3 ขนาด สำหรับผู้ใหญ่ เด็กโต และเด็กเล็ก 

  • อาการของสัตว์ปีกที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดนก

    อาการและการแสดงนั้นอาจไม่แน่นอนผันแปรตามความรุนแรงของเชื้อไวรัสที่สัตว์ได้รับมา เมื่อรับเชื้อมาอาจแสดงอาการ หรือไม่แสดงอาการก็ได้ แต่สามารถแพร่เชื้อไปสู่สัตว์ หรือคนได้ โดยในสัตว์ป่วยที่มีอาการ มักพบอาการดังต่อไปนี้ ซูบผอม ไม่กินอาหาร ขนยุ่ง ขนร่วง ซึม ไอ จาม หายใจลำบาก หน้าบวม หงอนและเหนียงบวม มีสีคล้ำ ท้องเสีย บางตัวอาจตายกะทันหัน โดยไม่แสดงอาการชัดเจน หรืออาจพบการตายผิดปกติเป็นจำนวนมากได้

คำแนะนำในการป้องกันโรคไข้หวัดนก

  • ผู้บริโภคไก่ และผลิตภัณฑ์จากไก่

    1. สำหรับเนื้อไก่/เป็ด ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดในขณะนี้ ถือว่ามีความปลอดภัยสามารถบริโภคได้ตามปกติ แต่ต้องปรุงให้สุกก่อนรับประทาน
    2. ผู้บริโภคไก่และผลิตภัณฑ์จากไก่ ควรรับประทานเนื้อที่ปรุงสุกเท่านั้น งด การประทานเนื้อไก่/เป็ด ที่กึ่งสุกกึ่งดิบ เนื่องจากเชื้อโรคต่างๆ ที่อาจปนเปื้อนมา ไม่ว่าจะเป็นไวรัส แบคทีเรีย หรือพยาธิ แต่เชื้อเหล่านี้จะถูกทำลายได้ด้วยความร้อน
    3. ส่วนไข่ไก่ก็ควรเลือกฟองที่สดใหม่ และไม่มีมูลไก่ติดเปื้อนที่เปลือกไข่ ก่อนปรุงควรนำมาล้างให้สะอาด และปรุงให้สุกก่อนรับประทาน
  • ผู้ประกอบอาหาร ทั้งเพื่อการจำหน่ายและแม่บ้านที่เตรียมอาหารในครัวเรือน

    ผู้ประกอบอาหารทั้งเพื่อการจำหน่าย และแม่บ้านที่เตรียมอาหารในครัวเรือนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ในการป้องกันโรคติดต่อ จากอาหาร กระทรวงสาธารณสุขขอเน้นการป้องกัน ดังนี้

    1. ควรเลือกซื้อไก่ เป็ดสดที่ไม่มีลักษณะบ่งชี้ว่าอาจตายด้วยโรคติดเชื้อ เช่น เนื้อมีสีคล้ำ มีจุด เลือดออก เป็นต้น สำหรับไข่ ควรเลือกฟองที่ดูสดใหม่และไม่มีมูลไก่ติดเปื้อนที่เปลือกไข่ ก่อนปรุง ควรนำมาล้างให้สะอาดก่อน
    2. ไม่ใช้มือที่เปื้อนมาจับต้องจมูก ตา และปาก และหมั่นล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจับต้องเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์และเปลือกไข่ที่มีมูลสัตว์เปื้อน
    3. แยกเขียงสำหรับหั่นอาหารที่ปรุงสุกแล้ว หรือ ผัก ผลไม้ โดยเฉพาะไม่ใช้เขียงเดียวกัน แนวทางเวชปฎิบัติการวินิจฉัย และการดูแลรักษาผู้ป่วยไข้หวัดนก/ไข้หวัดใหญ่
  • ผู้ชำแหละไก่

    ผู้ชำแหละไก่อาจมีความเสี่ยงจากการติดโรคจากสัตว์จึงควรระมัดระวังขณะปฏิบัติงาน ดังนี้

    1. ต้องไม่ซื้อไก่ที่มีอาการผิดปกติจากการติดเชื้อ เช่น ซึมหงอย ขนฟู หน้า หงอน หรือเหนียงบวมคล้ำ มีน้ำมูก หรือขี้ไหล เป็นต้น หรือไก่ที่ตายมาชำแหละขาย
    2. ไม่ขังสัตว์ปีกจำพวก ไก่ เป็ด ห่าน ฯลฯ ที่รอชำแหละไว้ในกรงใกล้ๆ กัน เพราะจะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เชื้อโรคกลายพันธุ์ จนอาจเกิดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่เป็นอันตรายทั้งต่อคนและสัตว์ได้
    3. ควรทำความสะอาดกรง และอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำผงซักฟอก และนำไปผึ่งกลางแดดจัดๆ นอกจากนั้นอาจราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเดือนละ 1-2 ครั้ง
    4. หากสัตว์ที่ชำแหละมีลักษณะผิดปกติ เช่น มีจุดเลือดออกมีน้ำ หรือเลือดคั่ง หรือจุดเนื้อตายสีขาวที่เครื่องใน หรือเนื้อมีสีผิดปกติ ต้องไม่นำไปจำหน่าย และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาตรวจสอบทันที เพราะอาจเป็นโรคระบาด
    5. ต้องล้างบริเวณชำแหละสัตว์ให้สะอาดด้วยน้ำผงซักฟอกหลังเสร็จสิ้นการชำแหละไก่ และควรราดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเดือนละ 1-2 ครั้ง
    6. ผู้ชำแหละไก่ควรดูแลระมัดระวังตนเองอย่างถูกต้อง โดยใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย เช่น พลาสติกหรือผ้ากันเปื้อน ผ้าปิดปากจมูก ถุงมือ แว่นตา รองเท้าบู๊ต และต้องหมั่นล้างมือบ่อยๆ
    7. รีบอาบน้ำชะรำร่างกายด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาด และต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้งหลังปฏิบัติงานเสร็จ ส่วนเสื้อผ้าชุดเดิม พลาสติกหรือผ้ากันเปื้อน ผ้าปิดปากจมูก ถุงมือ แว่นตาควร นำไปซักหรือล้างให้สะอาด และผึ่งกลางแดดให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้อีกครั้ง
  • ผู้ขนย้ายสัตว์ปีก
    1. งดซื้อสัตว์จากฟาร์มที่มีสัตว์ตายมากผิดปกติ
    2. เมื่อขนส่งสัตว์เสร็จในแต่ละวัน ต้องรีบล้างทำความสะอาดรถให้สะอาดด้วยน้ำผงซักฟอก สำหรับกรงขังสัตว์ควรราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
    3. ควรดูแลระมัดระวังตนเอง โดยใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย เช่น ผ้าปิดปากจมูก ถุงมือ รองเท้าบู๊ท และต้องหมั่นล้างมือบ่อยๆ
    4. รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาด และต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้งหลังปฏิบัติเสร็จ ส่วนเสื้อผ้าชุดเดิม พลาสติกหรือผ้ากันเปื้อน ผ้าปิดปากจมูก ถุงมือ แว่นตา ควรนำไปซักหรือล้างให้สะอาด และผึ่งกลางแดดให้แห้งสนิท ก่อนนำมาใช้อีกครั้ง
  • เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่/เป็ด
    1. หากมีไก่ เป็ดป่วยหรือตายไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ให้รีบปรึกษาเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที ต้องไม่นำไก่ เป็ด ที่ป่วยหรือ ตายออกมาจำหน่าย และทำลายตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ปศุสัตว์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อมาสู่สัตว์อื่นหรือคน
    2. เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ต้องป้องกันสัตว์ปีกของตนเองไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดนก โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว ์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
  • การป้องกันโรคให้แก่เด็ก
    1. เนื่องจากเด็กมักมีนิสัยชอบเล่นคลุกคลีกับสัตว์เลี้ยง รวมทั้งไก่และนก และหากติดเชื้อไข้หวัดนกมักป่วยรุนแรง ดังนั้นในช่วงที่มีโรคระบาดในสัตว์ปีก มีสัตว์ตายมากผิดปกติ พ่อ แม่ ผู้ปกครองควรระมัดระวังดูแลเด็กให้ใกล้ชิด และเตือนไม่ให้เด็กจับอุ้มไก่หรือนก หรือจับต้องซากสัตว์ปีกที่ตาย และต้องฝึกสุขนิสัยที่ดีให้เด็ก โดยเฉพาะการล้างมือทุกครั้งหลังจับต้องสัตว์
    2. หากเด็กมีอาการป่วยสงสัยเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ต้องรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโรคเร็วที่สุด โดยทั่วไปเมื่อได้รับการรักษาและดูแลอย่างถูกต้อง เด็กจะค่อยๆ มีอาการดีขึ้นภายใน 2 ถึง 7 วัน แต่ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น มีอาการหอบ ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที
  • คำแนะนำกรณีพบสัตว์ปีกตายผิดสังเกต

    สัตว์ที่ตายผิดสังเกต อาจมีสาเหตุมาจากโรคระบาดหลายโรค รวมทั้งโรคไข้หวัดนกด้วย หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น ผู้ที่พบเห็นควรปฏิบัติโดยเร็ว ดังนี้

    1. สัตว์ที่ตายผิดสังเกต อาจมีสาเหตุมาจากโรคระบาดหลายโรค รวมทั้งโรคไข้หวัดนกด้วย หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น ผู้ที่พบเห็นควรปฏิบัติโดยเร็ว ดังนี้
      • กรุงเทพมหานคร แจ้งสำนักงานเขตที่พบสัตว์ตาย หรือศูนย์ปฏิบัติการไข้หวัดนก กทม. โทร. 0 2354 1836 หรือ 0 2245 8106 (จันทร์-ศุกร์ 08.00-20.00 น., เสาร์-อาทิตย์ 08.00-12.00 น.) หรือสายด่วน 1555 และนอกเวลาดังกล่าวโทรสายด่วนสำนักอนามัย กทม. โทร. 0 2245 4964 หรือ
      • กรมปศุสัตว์ โทร. 0 2653 4551-4 ต่อ 101-105 - ต่างจังหวัด แจ้งปศุสัตว์อำเภอหรือจังหวัด/อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย /กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน /เทศบาล/อบต.
    2. เก็บซากสัตว์ใส่ลงในถุงพลาสติก รัดปากถุงให้แน่น ต้องไม่จับซากสัตว์ด้วยมือเปล่า ควรสวมถุงมือยาง ถ้าไม่มีอาจใช้ ถุงพลาสติกหนาๆ สวมมือ เจ้าหน้าที่อาจนำซากบางส่วนไปตรวจชันสูตรหาสาเหตุการตาย ส่วนซากที่เหลือต้องรีบนำไปเผาหรือฝัง หากใช้วิธีฝังควรราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือโรยปูนขาว หรืออาจใช้น้ำเดือดราดที่ซากก่อนกลบดินให้แน่น
  • คำแนะนำสำหรับตลาดค้าสัตว์ปีกมีชีวิต ณ 16 มกราคม 2557 : สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่
  • คำแนะนำ เรื่องการป้องกันโรคไข้หวัดนก สำหรับผู้ที่เดินทาง ณ 4 มีนาคม 2557 : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • คำแนะนำในการเตรียมตัวสำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศ : สำนักโรคติดต่อทั่วไป
  • คำแนะนำ เรื่องไข้หวัดนก สำหรับผู้เดินทาง (ภาษาอังกฤษ) : สำนักโรคติดต่อทั่วไป

แนวทางและมาตรการ

รายงานสรุปผู้บริหาร

คู่มือ

แบบฟอร์มในการดำเนินงาน : สำนักระบาดวิทยา

แนวทางการบริหารจัดการยาต้านไวรัส (Oseltamivir)

  1. หนังสือขอความร่วมมือโรงพยาบาลดำเนินงานบริหารจัดการในการจัดซื้อยาต้านไวรัส Oseltamivir_ ณ วันที่ 3 เมษายน 2557
  2. หนังสือแจ้งการบริหารจัดการยาต้านไวรัส (Oseltamivir)ใกล้หมดอายุและหมดอายุ
  3. หนังสือขอความร่วมมือรายงานการใช้ยาต้านไวรัส Oseltamivir และแจ้งแนวทางการบริหารจัดการยาต้านไวรัส Oseltamivir ใกล้หมดอายุและหมดอายุ
  4. รายชื่อคณะที่ปรึกษาด้านการรักษาพยาบาลสำหรับโรคอุบัติใหม่ของระบบทางเดินหายใจ เรื่อง การใช้ยาต้านไวรัส Oseltamivir

Infographic

  1. คำแนะนำประชาชนการป้องกันโรคไข้หวัดนก  icon click
  2. ความแตกต่างระหว่าง H7N9 และ H5N1

อัพเดทข้อมูลวันที่: 19/06/2017 - 10:20