การประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ (2005) เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกา และการสังเกตการณ์เพิ่มขึ้นของอาการความผิดปกติในระบบประสาท และความผิดปกติในทารกแรกเกิด ครั้งที่ 3

การประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ (2005)
เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกา
และการสังเกตการณ์เพิ่มขึ้นของอาการความผิดปกติในระบบประสาท
และความผิดปกติในทารกแรกเกิด ครั้งที่ 3

14 มิถุนายน 2559
เรียบเรียงโดย สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่

           การประชุมคณะกรรมการด้านภาวะฉุกเฉิน กฎอนามัยระหว่างประเทศ ครั้งที่ 3 จัดให้มีขึ้นโดยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ เพื่อพิจารณาในประเด็นเรื่อง ภาวะสมองมีขนาดเล็กแต่กำเนิด ความผิดปกติของระบบประสาท และการติดเชื้อไวรัส ซิก้า การประชุมครั้งนี้จัดโดยวิธี การประชุมทางไกลผ่านระบบโทรคมนาคม ในวันที่ 14 มิถุนายน 2559 ระหว่างเวลาท้องถิ่นของทวีปยุโรป 13.00 – 17.15 น. นอกเหนือจากประเด็นการให้คำชี้แนะต่อผู้อำนวยการใหญ่ องค์การอนามัยโลก เรื่องการพิจารณาความเห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบัน มีเหตุผลที่สมควรหรือไม่ที่จะยังคงเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ในระดับนานาชาติ คณะกรรมการด้านภาวะฉุกเฉิน กฎอนามัยระหว่างประเทศชุดนี้ได้รับการมอบหมายให้พิจารณาประเด็น ความเสี่ยงของการระบาดการติดเชื้อซิก้าต่อภาวะ การร่วมกิจกรรมของประชาชน ชุมชนจำนวนมาก รวมทั้งการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค และพาราโอลิมปิค ในระหว่างเดือน สิงหาคม – กันยายน ที่นคร ริโอ เดอ จาเนอ โร ประเทศ บราซิล


          ที่ประชุมรับทราบผลสรุปการดำเนินงาน และข้อแนะนำเบื้องต้น ที่ประกาศโดยองค์การอนามัยโลก ในวันที่ 8 มีนาคม 2559 และรับทราบความคืบหน้า ของสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา ด้านระบาดวิทยา การติดเชื้อซิก้า ภาวะสมองมีขนาดเล็ก กลุ่มอาการ GBS และภาวะความผิดปกติระบบประสาท ในพื้นที่การติดเชื้อไวรัส ซิก้า เช่น บราซิล คาโบ เวอร์เด โคลอมเบีย ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา ที่ปรึกษาหลายท่านได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงการติดเชื้อ ที่อาจเกี่ยวกับ การร่วมกิจกรรมของประชาชน ชุมชนจำนวนมาก และการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค และพาราโอลิมปิคที่กำลังจะมาถึง คณะกรรมการได้พิจารณาทบทวนโดยละเอียดในประเด็น การรับรู้ ความสนใจ ความเห็นและความกังวลของสาธารณชน ที่มีการกล่าวถึงมากมายในเรื่องนี้

          คณะกรรมการได้มีความเห็นพ้องกันต่อความเห็นทางวิชาการในวงการวิทยาศาสตร์นานาชาติ (เช่นเดียวกับครั้งการประชุมที่ผ่านมา) ว่าการติดเชื้อไวรัส ซิก้า เป็นสาเหตุของภาวะสมองมีขนาดเล็ก กลุ่มอาการ GBS และ มีผลต่อเนื่องกับ ภาวะพิการแต่กำเนิด และความผิดปกติระบบประสาท จึงเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ในระดับนานาชาติ คณะกรรมการได้ให้ข้อแนะนำย้ำต่อผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เช่นเดียวกับครั้งที่ 2 ในเรื่องต่างๆเช่น การวิจัยด้านสาธารณสุขเรื่อง ภาวะสมองขนาดเล็ก ความผิดปกติของระบบประสาท การศึกษาเชื้อไวรัสซิก้า การเฝ้าระวัง การควบคุมพาหะนำโรค การสื่อสารความเสี่ยง การดูแลผู้ป่วย มาตรการต่อการเดินทาง การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

          คณะกรรมการได้รับทราบ ประเด็นการร่วมกิจกรรมของประชาชนจำนวนมาก และการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค และพาราโอลิมปิค ซึ่งจะทำให้มีคนจำนวนมากอาจติดเชื้อได้ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม อาจส่งผลต่อการแพร่ขยาย ถ่ายทอดโรค และอาจส่งผลต่อการแพร่สู่ระดับนานาชาติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ระบาดวิทยา ปัจจัยเสี่ยงในขณะนั้น และมาตรการที่ดำเนินการ ในบริบทของไวรัสซิก้า คณะกรรมการเห็นว่า ความเสี่ยงในระดับบุคคล ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการแพร่โรคไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีกิจกรรมการรวมตัวของประชาชน และสามารถลดความเสี่ยงการระบาดโดยมาตรการการควบคุมโรคด้านสาธารณสุขได้ คณะกรรมการได้ย้ำมาตรการ และให้ความเห็นเพิ่มเติมในการควบคุมการติดเชื้อในกรณีการเดินทางระหว่างประเทศของบุคคลต่างๆ ต่อผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ดังนี้ี้

  • หญิงตั้งครรภ์ ควรได้รับคำแนะนำให้งดการเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง หญิงตั้งครรภ์ที่มีคู่เพศสัมพันธ์อาศัยอยู่ในพื้นที่การระบาด หรือคู่เพศสัมพันธ์ที่เดินทางไปพื้นที่การระบาดควรป้องกันโดยวิธีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย หรืองดเพศสัมพันธ์ในระหว่างการตั้งครรภ์
  • ผู้เดินทาง ไปพื้นที่การระบาดของซิก้า ควรได้รับคำแนะนำที่ทันต่อเหตุการณ์ เกี่ยวกับความเสี่ยง มาตรการที่เหมาะสมในการลดโอกาสการถูกยุงกัด และการถ่ายทอดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ และเมื่อเดินทางกลับ ภูมิลำเนาควรใช้มาตรการควบคุมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อโรคต่อ
  • องค์การอนามัยโลก ควรให้ข้อแนะนำที่ปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ ในด้านการเดินทาง เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับ ลักษณะธรรมชาติวิทยาต่อการติดเชื้อ และระยะเวลาเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

          จากข้อมูล หลักฐานที่มีอยู่ของการระบาดของซิก้าในปัจจุบัน เราทราบว่าไวรัสสามารถระบาดไปสู่ประเทศต่างๆ ในระดับนานาชาติได้ และอาจ ก่อให้เกิดห่วงโซ่การแพร่กระจายในพื้นที่ใหม่ถ้ามีพาหะนำโรคอยู่ เมื่อพิจารณาความเสี่ยงในประเด็นเฉพาะต่อการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค และพาราโอลิมปิคคณะกรรมการได้ทบทวนข้อมูลที่นำเสนอโดยประเทศบราซิลและจากผู้เชี่ยวชาญ ไวรัสในตระกูล arboviruses ต่อการแพร่ระบาดสู่นานาชาติ เวชศาสตร์การเดินทาง กิจกรรมการรวมคนจำนวนมาก และ จริยธรรมด้านชีวภาพ คณะกรรมการสรุปความเห็นว่า การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค และพาราโอลิมปิคมีความเสี่ยงต่อการกระจาย ไวรัสซิก้าน้อย อีกทั้งการจัดการแข่งขันเป็นช่วงฤดูหนาวของประเทศบราซิล ซึ่งโอกาสการแพร่เชื้อไวรัสในตระกูลนี้ (ไวรัสไข้เลือดออก และไวรัสซิก้า) ต่ำ อีกทั้ง มาตรการควบคุมพาหะที่เข้มงวด ในสนามแข่งขันและพื้นที่โดยรอบ จะทำให้ลดความเสี่ยงลงได้

          คณะกรรมการย้ำข้อแนะนำในครั้งก่อนหน้านี้ว่าไม่ควรกำหนดข้อจำกัดต่อการเดินทาง การค้าระหว่างประเทศต่อ พื้นที่หรือเขตปกครองที่มีการกระจายเชื้อไวรัส ซิก้า รวมทั้งกับประเทศบราซิล ซึ่งกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค และพาราโอลิมปิคคณะกรรมการได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมในการ จัดให้มีการรวมผู้คน และ การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค และพาราโอลิมปิคต่อ ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การอนามัยโลก ดังนี้

  • ประเทศใดๆ หรือชุมชน หรือ องค์กรที่จะจัดให้มีการรวมผู้คนมาร่วมกิจกรรมจำนวนมากในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสซิก้า ควรประเมินความเสี่ยงต่อการจัดกิจกรรมนั้นๆ และเพิ่มมาตรการ เพื่อลดการสัมผัส รับเชื้อไวรัสซิก้า์
  • ประเทศบราซิลควรดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดในการควบคุมพาหะ ในเมืองและพื้นที่โดยรอบ ตลอดจนพื้นที่ที่มีการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค และพาราโอลิมปิค ส่งเสริมให้มาตรการต่างเหล่านี้เกิดผล และเข้าถึงชุมชน ยกระดับการเฝ้าระวังการกระจาย ถ่ายทอดเชื้อไวรัสซิก้าและการควบคุมยุงในเมืองต่างๆ มีการจัดการแข่งขัน และพิมพ์เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ทันต่อเวลา ควรให้มียาทากันยุง และถุงยางอนามัยอย่างเพียงพอสำหรับนักกีฬาและผู้ชมกีฬา นักท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ์
  • ประเทศที่ส่งนักกีฬาและผู้ชมกีฬา นักท่องเที่ยวไปยังสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค และพาราโอลิมปิค ควรให้ข้อมูลความเสี่ยงการได้รับเชื้อไวรัสซิก้า ได้รับอุปกรณ์ป้องกันเพื่อใช้ลดความเสี่ยงนั้น และทราบวิธีการ/ กิจกรรมที่ควรปฎิบัติหากสงสัยว่ามีการติดเชื้อ ประเทศเหล่านี้ควรมีแนวปฎิบัติที่ชัดเจนในการติดตามนักกีฬาและผู้ชมกีฬา นักท่องเที่ยวที่ติดเชื้อไวรัส ซิก้าตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก
  • ประเทศควรดำเนินมาตรการให้สอดคล้องกับ ข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก ในมาตรการ จัดกิจกรรมการรวมผู้คนมาจำนวนมากในบริบท ของการระบาดไวรัสซิก้า ซึ่งจะมีการปรับอย่างเหมาะสมเมื่อมีข้อมูลใหม่ ที่เกี่ยวกับปัจจัยความเสี่ยงการติดเชื้อ และปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่อประเทศและนานาชาติ

          จากข้อมูล และคำแนะนำนี้ ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การอนามัยโลกจึงประกาศให้ เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ในระดับนานาชาติต่อไป ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การอนามัยโลกประกาศใช้ คำแนะนำเดิมของการประชุมครั้งที่ 2 รับรองและประกาศใช้คำแนะนำเพิ่มเติมคำแนะนำชั่วคราวของการประชุมครั้งที่ 3 ภายใต้หลักการของกฎอนามัยระหว่างประเทศ (2005) สุดท้ายผู้อำนวยการใหญ่ องค์การอนามัยโลก ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านในคณะกรรมการและที่ปรึกษาที่ให้คำแนะนำครั้งนี้

แหล่งที่มาของข้อมูล : http://who.int/mediacentre/news/statements/2016/zika-third-ec/en/  

Download file : การประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ (2005) เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ครั้งที่ 3  

 

********************************

 

 

ประเภทข่าว: 
โรคติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika virus disease)
อัพเดทข้อมูลวันที่: 21/06/2016 - 15:44