การประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ (2005) เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกา และการสังเกตการเพิ่มขึ้นของอาการความผิดปกติในระบบประสาท และความผิดปกติในทารกแรกเกิด ครั้งที่ 1

สรุปประเด็นจากองค์การอนามัยโลก
การประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ (2005) เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกา
และการสังเกตการเพิ่มขึ้นของอาการความผิดปกติในระบบประสาท และความผิดปกติในทารกแรกเกิด
ครั้งที่ 1

1 กุมภาพันธ์ 2559
เรียบเรียงโดย สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่

          ควันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 องค์การอนามัยโลกได้มีการแถลงในผลการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการฉุกเฉิน ภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ (2005) ในเรื่องโรคติดเชื้อไวรัสซิกา และการสังเกตเห็นการเพิ่มขึ้นของความผิดปกติต่อระบบประสาท และความผิดปกติในเด็กแรกเกิด

          (ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก) กล่าวว่าได้ทำการประชุมผ่านระบบ Teleconference ร่วมกับคณะกรรมการฉุกเฉิน ภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาสถานการณ์และความเสี่ยง จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ในภูมิภาคละตินอเมริกา และแคริบเบียน

          ในการประเมินสถานการณ์ และความเสี่ยงโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 18 ท่าน ให้ความคิดเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างช่วงเวลา และสถานที่ที่พบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสซิกากับการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อระบบประสาทเป็นสิ่งที่ผิดปกติ และคณะผู้เชี่ยวชาญได้มีความเห็นว่าการติดเชื้อไวรัสซิการะหว่างตั้งครรภ์ กับภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด (Microcephaly) เป็นสิ่งที่อาจจะมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ มีการแนะนำให้เกิดการประสานงานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ และทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของการติดโรค กับภาวะดังกล่าวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

          ผู้เชี่ยวชาญยังให้ความเห็นว่าที่ผ่านมาสภาพทางภูมิศาสตร์ และการแพร่กระจายของยุง มีผลต่อการกระจายเชื้อไวรัส มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในขณะนี้คือ ในประเทศที่เริ่มมีการระบาดใหม่ ประชาชนยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ยังไม่มีวัคซีนในการป้องกันโรค และยังไม่มีความรวดเร็วของการตรวจวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องและแม่นยำ

หลังจากการพิจารณาข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำว่าการเกิดกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด และผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท ที่รายงานจากประเทศบราซิล ซึ่งเป็นลักษณะอย่างเดียวกันกับการเกิดกลุ่มผู้ป่วยที่ป่วยด้วยอาการดังกล่าวในหมู่เกาะภูมิภาคโพลินีเซียของประเทศฝรั่งเศส (French Polynesia) ในปีค.ศ. 2014 ถือว่าเป็นเหตุการณ์ผิดปกติ และเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของประชาชนในประเทศอื่นๆของโลก ต้องมีการตอบสนองโดยการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อลดความรุนแรงของภัยคุกคามในประเทศที่ได้รับผลกระทบ และลดปัจจัยเสี่ยงของการแพร่กระจายของโรคระหว่างประเทศต่อไป ผู้เข้าร่วมประชุม ได้มีความคิดเห็นสถานการณ์ในครั้งนี้สามารถเป็นภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern : PHEIC) ได้

          ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกได้เห็นด้วยกับมติของที่ประชุม และประกาศว่าการเกิดกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด และผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท ที่รายงานจากประเทศบราซิล ซึ่งเกิดต่อเนื่องจากกลุ่มผู้ป่วยลักษณะอย่างเดียวกันในหมู่เกาะภูมิภาคโพลินีเซียของประเทศฝรั่งเศส (French Polynesia) ในปีค.ศ. 2014 เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern) โดยภาวะดังกล่าวอาจมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสซิกา และแนะนำว่าจำเป็นต้องมีความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อปรับปรุงการเฝ้าระวังโรค ค้นหาการติดเชื้อ การเกิดภาวะพิการแต่กำเนิด และภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ปรับปรุงการควบคุมยุงพาหะนำโรค เร่งพัฒนาวิธีตรวจวินิจฉัยโรค และพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันประชากรกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ คณะกรรมการฯ เห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องจำกัดการเดินทาง หรือการค้าระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา ในปัจจุบันวิธีป้องกันโรคที่สำคัญที่สุด คือ การควบคุมยุงพาหะ และป้องกันยุงกัด ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงโดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงตั้งครรภ์

Download file : การประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ (2005) เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกา และการสังเกตการเพิ่มขึ้นของอาการความผิดปกติในระบบประสาท และความผิดปกติในทารกแรกเกิด ครั้งที่ 1

แหล่งที่มา : http://www.who.int/mediacentre/news/statements/2016/emergency-committee-zika-microcephaly/en/

ประเภทข่าว: 
โรคต่างๆ
อัพเดทข้อมูลวันที่: 22/03/2016 - 14:15