คำถามที่พบบ่อย โรคติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika virus infection)

คำถามที่พบบ่อย
โรคติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika virus infection )

สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค 
4 กุมภาพันธ์ 2559

  1. โรคติดเชื้อไวรัสซิกา คืออะไร


              การติดเชื้อไวรัสซิกา เกิดจากการถูกยุงที่ติดเชื้อกัด มักจะมีอาการไข้ต่ำ ออกผื่น ตาแดง และปวดกล้ามเนื้อ ไวรัสชนิดนี้ค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2490 ที่ป่าซิกาในยูกันดา ตั้งแต่นั้นมายังพบเป็นส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกา และพบการระบาดเป็นระยะ ๆ ในเอเซีย ในปี พ.ศ. 2550 มีการระบาดที่สำคัญ คือ การระบาดบนเกาะ Yap (ไมโครนีเซีย) มีประชากรที่มีการติดเชื้อเกือบ 75 %

              วันที่ 3 มีนาคม 2557 ชิลีแจ้งองค์การอนามัยโลกภูมิภาคอเมริกายืนยันกรณีการติดต่อของไวรัสซิกาใน ชนพื้นเมืองบนเกาะอีสเตอร์ที่ไวรัสยังคงถูกตรวจพบจนถึง มิถุนายน 2557

              ในเดือนพฤษภาคม 2558 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของบราซิลได้รับการยืนยันการติดต่อของไวรัสซิกาใน ภาคตะวันออกฉียงเหนือของประเทศ และตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 ประเทศ และอาณาเขตต่าง ๆ ในทวีปอเมริกา ได้มีรายงานการพบไวรัส ติดตามสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบันได้ที่ : www.paho.org/zikavirus

  2. โรคติดเชื้อไวรัสซิกามีอาการอย่างไร


              อาการที่พบบ่อยที่สุดของการติดเชื้อไวรัสซิกา จะมีไข้ต่ำ ๆ และผื่นผิวหนัง (exanthema) มักจะมีอาการเยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดข้อ และรู้สึกปวดเมื่อยตามตัวร่วมด้วยได้ โดยทั่วไปจะมีอาการใน 2 - 7 วัน หลังจากถูกยุงที่ติดเชื้อกัด

  3. โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ติดต่ออย่างไร สามารถติดต่อผ่านทางเลือด หรือทางเพศสัมพันธ์ได้หรือไม


              โดยทั่วไปไวรัสซิกา ต้องการพาหะนำโรคที่จะติดเชื้อมาสู่คน ได้แก่ ยุงลาย (เป็นพาหะนำโรคเดียวกับ ไข้เลือดออก และไข้ปวดข้อยุงลาย) ดังนั้นทางติดต่อหลัก คือ ถูกยุงลายที่ติดเชื้อไวรัสซิกากัด อย่างไรก็ตามไวรัสชนิดนี้สามารถแยกเชื้อได้ในน้ำอสุจิ และมีรายงานผู้ป่วย 1 ราย ที่อาจเป็นไปได้ว่าติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งยังต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากนี้ไวรัสซิกาสามารถติดต่อผ่านเลือดได้ แต่พบได้น้อยทั้งนี้จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำทั่วไปสำหรับการบริจาคเลือดอย่างปลอดภัย (เช่น ผู้บริจาคเลือดต้องมีสุขภาพแข็งแรง)

  4. โรคติดเชื้อไวรัสซิกาสามารถถ่ายทอดจากแม่ไปสู่ลูกได้หรือไม


              มีข้อมูลเพียงเล็กน้อย สำหรับการถ่ายทอดจากแม่ไปสู่ลูก ช่วงระหว่างตั้งครรภ์ หรือคลอดบุตร อย่างไรก็ตามมีการรายงานการติดต่อจากมารดาสู่ทารกในเชื้อไวรัสอื่นที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ได้แก่ โรคไข้เลือดออก และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ขณะนี้จึงกำลังมีการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เชื้อนี้จะถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก และผลกระทบที่มีต่อทารก

  5. การรักษาโรคติดเชื้อไวรัสซิกา   


              เป็นการรักษาตามอาการ โดยการใช้ยาบรรเทาอาการปวด ลดไข้ และอาการอื่น ๆ ร่วมกับการพักผ่อนและดื่มน้ำมาก ๆ ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีน หรือยาที่รักษาเฉพาะ

  6. โรคติดเชื้อไวรัสซิกาสามารถทำให้เสียชีวิตได้หรือไม


              ในอเมริกา การติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งยังไม่มีหลักฐาน และข้อมูลที่บ่งชี้ว่าการติดเชื้อไวรัสนี้ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม มีรายงานประปรายที่พบผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอยู่เดิมมีอาการรุนแรง และเกิดภาวะแทรกซ้อนซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิต

  7. กลุ่มเสี่ยงที่จะติดโรคติดเชื้อไวรัสซิกา คือกลุ่มใด


               บุคคลทุกคนที่ไม่เคยมีการสัมผัสกับไวรัสนี้มาก่อน และอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มียุงลายที่สามารถเป็นพาหะนำโรค ร่วมกับมีการนำเชื้อนี้เข้าไปสู่ชุมชน โดยอาจเป็นผู้ป่วยที่มาจากแหล่งอื่นหรือมีการระบาดในชุมชน สามารถมีโอกาสติดเชื้อได้ และเนื่องจากยุง Aedes เป็นยุงลายที่พบได้ในภูมิภาคที่มีรายงานโรคในขณะนี้ (ยกเว้นชิลีและแคนาดา) จึงมีแนวโน้มว่าอาจจะเกิดการระบาดของโรคจะเกิดขึ้นได้ในประเทศอื่น ๆ ที่ยังไม่พบการรายงาน

  8. การวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา


              การวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา จะพิจารณาจากอาการทางคลินิก และปัจจัยเสี่ยงทางระบาดวิทยา (เช่น การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสซิกาของผู้ป่วยในพื้นที่ที่มีการระบาด หรือเดินทางไปในประเทศที่มีการระบาดของโรค) สำหรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการสามารถตรวจได้โดยใช้ตัวอย่างเลือดของผู้ป่วย โดยการตรวจสารพันธุกรรมเพื่อยืนยันการวินิจจัย ด้วยวิธี polymerase chain reaction (PCR) นั้นมีโอกาสตรวจพบการติดเชื้อสูง ถ้าเจาะเลือดตรวจภายใน 3 - 5 วันแรกที่เริ่มมีอาการป่วย ส่วนการตรวจดูระดับภูมิคุ้มกันจะมีโอกาสตรวจพบสูงถ้าเจาะเลือดตรวจหลังจากป่วยหลัง 5 วันแล้ว

  9. ความแตกต่างระหว่างโรคติดเชื้อไวรัสซิกา โรคไข้เลือดออก และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย


             โรคเหล่านี้มีอาการคล้ายกัน แต่มีอาการบางอย่างที่อาจจะช่วยบ่งชี้ว่าน่าจะเป็นโรคใดโรคหนึ่ง:
    โรคไข้เลือดออก มักจะมีอาการมีไข้สูง และปวดกล้ามเนื้อรุนแรง อาจมีอาการรุนแรงแทรกซ้อนเมื่อไข้เริ่มลดซึ่งอาจมีสัญญาณเตือน เช่น เลือดออก
    โรคไข้ปวดข้อยุงลาย มีอาการมีไข้สูง และอาการปวดข้อรุนแรงที่มือ, เท้า, หัวเข่า และหลัง จนอาจไม่สามารถดำเนินกิจกรรมตามปกติได้
    โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ยังไม่มีลักษณะที่ชัดเจน แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีผื่นที่ผิวหนัง และบางส่วนมีเยื่อบุตาอักเสบ

  10. มีความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอาการกิแลงบาร์เร (Guillain-Barré syndrome) และโรคติดเชื้อไวรัสซิกาหรือไม

               มีการรายงานพบมีการเพิ่มขึ้นของกลุ่มอาการกิแลงบาร์เร (Guillain-Barre syndrome) หรือGBS
    ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสซิกา (เช่นในประเทศหมู่เกาะเฟรนช์โปลินีเซีย และบราซิล) อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุโดยตรงระหว่างโรคติดเชื้อไวรัสซิกา และ GBS ยังไม่ชัดเจน พบว่าการติดเชื้อด้วยโรคไข้เลือดออกมาก่อน หรือปัจจัยทางพันธุกรรมอาจมีส่วนเสริมให้เกิด GBS เพิ่มขึ้น ขณะนี้มีหลายการศึกษาวิจัย ที่กำลังดำเนินการอยู่เพื่อศึกษาความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างโรคติดเชื้อไวรัสซิกา และ GBS
               GBS เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันโจมตีตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเซลล์ของระบบประสาท กลุ่มอาการนี้สามารถเริ่มต้นจากการติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียต่าง ๆ อาการสำคัญประกอบด้วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง และชา (paresthesia) ที่แขน และขา และภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอาจเกิดขึ้นหากกล้ามเนื้อทางเดินหายใจได้รับผลกระทบ ผู้ป่วยที่อาการรุนแรงส่วนใหญ่ต้องได้รับการดูแลในหน่วยดูแลผู้ป่วยหนัก (ICU)

    วงจรการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสซิกา

  11. ประเทศที่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา ในอเมริกา


              วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557 ประเทศชิลีได้แจ้งองค์การอนามัยโลกภูมิภาคอเมริกา ว่าพบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสซิกาบนเกาะฮีสเตอร์ และได้พบการติดเชื้อมาเรื่อย ๆ จนถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราชิลพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา และตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2558 เริ่มมีการกระจายของเชื้อไวรัสซิกาเข้าสู่ประเทศต่าง ๆ ในทวีปอเมริกา

  12. อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อในพื้นที่


              มีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 2 ประเด็น ที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้ออย่างรวดเร็ว คือ 1. ไวรัสซิกา เป็นไวรัสที่เพิ่งค้นพบในอเมริกา จึงทำให้ประชาชนยังขาดภูมิคุ้มกันในการต้านทานเชื้อ 2. ยุงลายมีการแพร่กระจายจำนวนมากในพื้นที่ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศ เป็นพื้นที่เขตร้อน มีอุณหภูมิ และความชื้น

  13. การแนะนำการเดินทางไปประเทศที่มีการพบโรคติดเชื้อไวรัสซิกา


               องค์การอนามัยโลกภูมิภาคอเมริกา ยังไม่ออกข้อห้าม หรือข้อจำกัดใด ๆ ในการเดินทาง หรือการติดต่อค้าขายระหว่างประเทศ นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่จะเดินทางเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว แต่ควรมีการระมัดระวังตนเองป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด

  14. จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา ในตอนกลางของอเมริกา มีจำนวนเท่าใด


               เมื่อแต่ละประเทศเริ่มมีการตรวจพบการติดเชื้อไวรัส เป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากที่จะสามารถนับจำนวนผู้ที่ติดเชื้อไวรัสซิกาทั้งหมดได้ เนื่องจากอาการของโรคไข้ซิกาส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง (ยกเว้นในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีความกังวลว่าอาจเกี่ยวข้องกับภาวะ microcephaly ในทารกในครรภ์) ผู้ป่วยอาจไม่ได้ไปพบแพทย์ สิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการคือการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังโรค และมาตรการการป้องกันและควบคุมการระบาด

    การป้องกันโรค

  15. มาตรการอะไรที่จะต้องมีการดำเนินการเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสซิกา


              การป้องกันโดยการกำจัดยุง และการป้องกันไม่ให้ยุงกัดซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน ทั้งนี้การกำจัดและการควบคุมการเพาะพันธุ์ของยุงลายจะช่วยลดโอกาสในการแพร่เชื้อของโรคติดเชื้อไวรัสซิกา, โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคไข้เลือดออก

    คำแนะนำในการกำจัดและควบคุมยุง ดังนี้

    • หลีกเลี่ยงการปล่อยให้น้ำขังในภาชนะบรรจุน้ำกลางแจ้ง (กระถางดอกไม้ ขวด และภาชนะที่เก็บน้ำ) เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงใช้ในการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ได้
    • ควรมีฝาปิดภาชนะที่ใส่น้ำขนาดใหญ่ภายในหมู่บ้าน หรือในครอบครัว เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงใช้ในการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ได้
    • หลีกเลี่ยงการสะสมของขยะ โดยควรเก็บขยะใส่ไว้ในถุงพลาสติกที่ปิด และเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดสนิท
    • ไม่ปิดกั้นท่อระบายน้ำที่อาจจะทำให้เกิดน้ำขัง
    • ติดมุ้งลวดที่หน้าต่างและประตู เพื่อป้องกันยุงกัด

     

    คำแนะนำในการป้องกันการถูกยุงกัด ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค รวมทั้งนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงตั้งครรภ์ ควรมีการปฏิบัติตัว ดังนี้
    • สวมใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และหมวก
    • การใช้สารเคมีไล่ยุงควรใช้ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (และตามฉลากที่ระบุไว้ข้างขวด)
    • นอนในมุ้ง

    บุคคลที่มีอาการของโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ไข้เลือดออก หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ควรพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
     
  16. การตอบโต้สถานการณ์การระบาดของ องค์การอนามัยโลกภูมิภาคอเมริกา ในทวีปอเมริกา มีอะไรบ้าง


              องค์การอนามัยโลกภูมิภาคอเมริกา ได้ร่วมมือกับหลายประเทศในทวีปอเมริกา พัฒนาขีดความสามารถในการเฝ้าระวัง ตรวจจับ และยืนยันการติดเชื้อไวรัสซิกา การรักษาผู้ป่วย รวมทั้งดำเนินมาตรการในการกำจัดยุงที่มีประสิทธิภาพ และลดโอกาสที่จะเกิดการระบาดของโรค โดยการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลกภูมิภาคอเมริกา ที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้:

    • พัฒนาศักยภาพของห้องปฏิบัติการในการตรวจจับไวรัสได้ทันท่วงที (ร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง)
    • ให้คำปรึกษาในการสื่อสารความเสี่ยงเมื่อเริ่มพบการติดเชื้อไวรัสนี้ในประเทศ
    • ควบคุมสัตว์ หรือแมลงที่เป็นพาหะของโรค โดยการทำงานร่วมกับภาคประชาชนในการกำจัดยุง
    • จัดเตรียมคำแนะนำสำหรับการดูแลทางคลินิก และการติดตามผู้ป่วยโรคไข้ซิกา ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานด้านสุขภาพอื่น ๆ
    • เฝ้าระวังการขยายตัวทางภูมิศาสตร์ของไวรัส เฝ้าระวังการเกิดภาวะแทรกซ้อน หรืออาการที่รุนแรงโดยผ่านทางกลไกกฎอนามัยระหว่างประเทศ
    • สนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขให้มีกลไก และแนวทางการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของไวรัส ผลกระทบต่อสุขภาพ และผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดตามมาจากการติดเชื้อ

     

Download file : คำถามที่พบบ่อย โรคติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika virus infection )

แหล่งที่มา : http://www.paho.org/hq/index.php?option=com_content&view=article&id=9183&Itemid =41463&lang=en

ประเภทข่าว: 
โรคติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika virus disease)
อัพเดทข้อมูลวันที่: 29/03/2016 - 11:26